การทางพิเศษแห่งประเทศไทย : Expressway Authority of Thailand

  • วิสัยทัศน์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย: เป็นองค์การที่มีความเป็นเลิศในธุรกิจทางพิเศษ มีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ISO 14001

วันที่แก้ไขข้อมูล : 20 พฤษภาคม 2552

หลักการและเหตุผล

          คณะกรรมการ กทพ. มีนโยบายเร่งด่วนให้ กทพ. นำระบบทางด่วนสายรามอินทรา-อาจณรงค์ เข้าสู่มาตรฐานการจัดการ
สิ่งแวดล้อม ISO14001:2004 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน ในการควบคุมและแก้ไขปัญหา
อุบัติภัยอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ กทพ. อีกทางหนึ่งด้วย


ความหมายของมาตรฐาน ISO 14001:2004

          ISO ย่อมาจาก International Organization for Standardization ชื่อภาษาไทยว่าองค์กรระหว่างประเทศ ว่าด้วยการ
มาตรฐานก่อตั้งครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 ในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์มีการนำเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2539 
โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำหรับ ISO 14001:2004 เป็นมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมมี
หลายอนุกรม แต่อนุกรมหนึ่งที่นำมาใช้ในประเทศไทยในขณะนี้คือ ISO 14001:2004ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
ที่เป็นสากล ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ได้รับใบรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 แล้วรวมทั้งสิ้น
122 หน่วยงานนับได้ว่าเป็นประเทศที่มีหน่วยงานที่ได้ใบรับรองมากที่สุดในเอเชียอาคเนย์


รายละเอียดและขั้นตอนการดำเนินการเพื่อเข้าสู่มาตรฐาน ISO 14001:2004

          1. เริ่มจากแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผู้ว่าการฯ เป็นประธาน
รองผู้ว่าการและผู้ช่วยผู้ว่าการเป็นคณะทำงานมี ผอ.ฝวร. เป็นเลขานุการ และมีการแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำระบบการจัดการ
สิ่งแวดล้อม โดยมีรองผู้ว่าการฝ่ายวิชาการเป็นประธานผู้อำนวยการทุกฝ่ายเป็นคณะทำงานและมีผอ.กวผ. เป็นเลขานุการ 
ห.วล.กวผ.ฝวร. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ มีการแต่งตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อยเพื่อช่วยคณะทำงานฯ ดำเนินการ ประกอบด้วย 9 กลุ่ม 
ได้แก่ กลุ่มบนทางด่วนกลุ่มใต้เขตทางและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มส่วนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง กลุ่มฝึกอบรม
กลุ่มสื่อสารและการประชาสัมพันธ์กลุ่มกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องและกลุ่มระบบเอกสาร และการบันทึกข้อมูล
          2. จัดทำนโยบายสิ่งแวดล้อมของ กทพ. ประกาศให้พนักงานถือปฏิบัติและเผยแพร่แก่ สาธารณชนรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ
          3. ศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อม ประเมินปัญหาสิ่งแวดล้อม กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายและจัดทำแผนเพื่อแก้ไขงานปัญหา
สิ่งแวดล้อม และมีการนำไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
          4. ตรวจสอบและแก้ไขรวมทั้งมีการตรวจประเมินภายในถึงผลการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและมีการจัดอบรม สื่อสารประชาสัมพันธ์
          5. มีการทบทวนและแก้ไขอย่างต่อเนื่องโดยฝ่ายบริหาร
          6. ขอใบรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานให้ใบรับรองซึ่งใบรับรองจะมีอายุ 3 ปี

สรุปการดำเนินงานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช

          - 3 กุมภาพันธ์ 2542 - คณะกรรมการ กทพ. ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 3/2542 ให้ กทพ. นำทางพิเศษฉลองรัชเข้าสู่มาตรฐาน
ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004  
          - 22 ธันวาคม 2542 - สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้มาดำเนินการตรวจประเมินเบื้องต้น (Pre-Assessment) ระบบการจัดการ
สิ่งแวดล้อม ISO 14001 ของทางพิเศษฉลองรัช
          - 17-18 กุมภาพันธ์ 2543 - สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้มาดำเนินการตรวจประเมินหลัก (Main-Assessment) เพื่อให้การ
รับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช
          - 8 มีนาคม 2543 - สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้มีมติอนุมัติให้การรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ของทาง
พิเศษฉลองรัช ภายใต้ขอบเขต The Operation of Chalong Rat Expressway (Ramindra-At Narong Expressway) 
including the operation and activities of Control Center Building 3 (CCB3) at Rama IX ตามใบรับรองเลขที่ 
TEI-CB/003/00 โดยใบรับรองมีอายุตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2543 ถึงวันที่ 7 มีนาคม 2546
          - 9-10 สิงหาคม 2543 - คณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ได้มาดำเนินการตรวจ
ติดตามภายใน (Internal Audit) ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัชครั้งที่ 1
          - 19-20 กันยายน 2543 - สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้มาดำเนินการตรวจติดตามเพื่อรับรองระบบ (Surveillance) ครั้งที่ 1
          - 3-4 เมษายน 2544 - คณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ได้มาดำเนินการตรวจ
ติดตามภายใน (Internal Audit) ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช ครั้งที่ 2
          - 30 เมษายน 2544 - สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้มาดำเนินการตรวจติดตามเพื่อรับรองระบบ (Surveillance) ครั้งที่ 2
          - 1-2 ตุลาคม 2544 - คณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ได้มาดำเนินการตรวจ
ติดตามภายใน (Internal Audit) ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช ครั้งที่ 3
          - 29 พฤศจิกายน 2544 - สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้มาดำเนินการตรวจติดตามเพื่อรับรองระบบ (Surveillance) ครั้งที่ 3
          - 22-23 เมษายน 2545 - คณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ได้มาดำเนินการตรวจ
ติดตามภายใน (Internal Audit) ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช ครั้งที่ 4
          - 24 พฤษภาคม 2545 - สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้มาดำเนินการตรวจติดตามเพื่อรับรองระบบ (Surveillance) ครั้งที่ 4
          - 17-18 ธันวาคม 2545 - คณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ได้มาดำเนินการตรวจ
ติดตามภายใน (Internal Audit) ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช ครั้งที่ 5
          - 5 กุมภาพันธ์ 2546 - สำนักรับรองระบบคุณภาพได้มาดำเนินการตรวจประเมินเบื้องต้น (Pre-Assessment) ระบบ
การจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช เพื่อให้การดำเนินระบบฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจาก
ที่ใบรับรองของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะหมดอายุในวันที่ 7 มีนาคม 2546
          - 3-4 มีนาคม 2546 - สำนักรับรองระบบคุณภาพได้มาดำเนินการตรวจประเมินหลัก (Main-Assessment) เพื่อให้การรับรอง
ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช
          - 2 เมษายน 2546 - สำนักรับรองระบบคุณภาพได้มีมติอนุมัติให้การรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 
ของทางพิเศษฉลองรัช ภายใต้ขอบเขตการให้บริการและการบำรุงรักษาทางพิเศษฉลองรัช รวมถึงกิจกรรมและการบริการที่เกี่ยวข้อง
ได้แก่ ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช ศูนย์ซ่อมบำรุง ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ 10 ด่าน (11 หน่วยบริการ) และพื้นที่ใต้ทางพิเศษ
ตามใบรับรองเลขที่ E0002 โดยใบรับรองมีอายุตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2546 ถึงวันที่ 2 เมษายน 2549
          - 2-3 มีนาคม 2547 - คณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ได้มาดำเนินการตรวจติดตาม
ภายใน (Internal Audit) ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช 7 เมษายน 2547 สำนักรับรอง
ระบบคุณภาพได้มาดำเนินการติดตามเพื่อการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Surveillance) ของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม 
ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัช โดยผลการประเมินสรุปได้ว่า สำนักรับรองระบบคุณภาพยังคงให้การรับรองระบบการ
จัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 ของทางพิเศษฉลองรัชต่อไป

ประโยชน์จากการได้รับมาตรฐาน ISO 14001:2004

          1. ช่วยลดต้นทุนระยะยาว เนื่องจากของเสียในระบบลดลงและมีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากองค์การบริหาร
งานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะนำไปสู่การลดภาระค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีการจัดการทรัพยากรและจัดการของเสียอย่างมี
ประสิทธิภาพ
          2. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์การ เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน รวมทั้งมีการป้องกันในกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 
          3. สร้างโอกาสและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้า 
          4. สร้างความน่าเชื่อถือต่อสถาบันและการประกันภัยเนื่องจากมีระบบการป้องกันและควบคุมความเสี่ยง และอันตรายที่คาดว่า
จะเกิดขึ้น 
          5. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานควบคุมของรัฐ เนื่องจากปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับและข้อกำหนดต่างๆ 
          6. ป้องกันการเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผลให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตามแก้ไขปัญหา


พนักงาน กทพ. มีส่วนร่วมในการได้รับมาตรฐาน ISO 14001:2004 อย่างไร

    พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการให้หน่วยงานได้รับมาตรฐาน ISO 14001:2004 โดยพนักงานมีส่วนช่วยกันในการสร้างระบบ
การจัดการสิ่งแวดล้อม ตามข้อกำหนดของมาตรฐานดังกล่าวและจะต้องร่วมกันดำเนินงานตามแผนงานที่จัดทำขึ้น ทั้งในส่วนที่
เกี่ยวข้องกับการรักษาความสะอาด การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า การป้องกันและควบคุมอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นรวมถึง
การป้องกันและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยพนักงานจะต้องร่วมมือดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามรายละเอียดของแผน
งานต่างๆ ที่ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001:2004 ได้มีข้อกำหนดไว้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย
สิ่งแวดล้อมที่ผู้บริหารได้ประกาศให้พนักงานทุกคนถือปฏิบัติต่อไป


ผู้ใช้ทางด่วนสามารถให้ความร่วมมือกับการทางพิเศษฯได้อย่างไร

          1. ตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้สมบูรณ์และพร้อมตลอดเวลาก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
          2. ห่อหุ้มสิ่งของที่บรรทุกให้เรียบร้อย มิให้มีการตกหล่นบนทางด่วน   
          3. กรณีที่ไม่คุ้ยเคยกับเส้นทางโปรดสอบถามให้เข้าใจอย่างชัดเจนก่อนออกเดินทาง ที่หมายเลข 1543  (ตลอด 24 ชม.)
 หรือโทร. 9401239-40 (เฉพาะวัน เวลาทำการ)
          4. โปรดให้สัญญาณล่วงหน้าในระยะห่างพอสมควรก่อนเปลี่ยนช่องทางทุกครั้ง 
          5. ไม่ขับรถในขณะมึนเมาหรือง่วงนอน 
          6. ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถ 
          7. กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุขัดข้อง โปรดนำรถชิดขอบทางด้านซ้ายมองหา โทรศัพท์ฉุกเฉิน ซึ่งติดตั้งอยู่บนขอบทาง
ด้านซ้ายทุกๆ ระยะ 500 - 1000 เมตรเพียงยกหูหรือกดปุ่มสัญญาณจะปรากฏที่ศูนย์ควบคุม บอกรายละเอียดที่เกิดขึ้นทั้งหมด
เแก่พนักงาน และหน่วยกู้ภัยจะมาให้ความช่วยเหลือภายใน 10 นาที


ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ทางด่วน สามารถให้ความร่วมมือกับการทางพิเศษฯได้อย่างไร           

          1. ไม่บุกรุกเข้าไปใช้พื้นที่ใต้ทางด่วน โดยไม่ได้รับอนุญาต
          2. ไม่ทิ้งขยะมูลฝอยในเขตทาง 
          3. ไม่ปิดประกาศ โปสเตอร์ หรือพ่นสี ระบายสีอื่นใดบนเสาตอม่อทางด่วน


ผู้เช่าและผู้ใช้พื้นที่ใต้ทางด่วน สามารถให้ความร่วมมือกับการทางพิเศษฯได้อย่างไร

          1. ไม่ใช้พื้นที่เกินกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา 
          2. ดูแลเรื่องการทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง 
          3. ไม่ใช้เสียงรบกวนประชาชนรอบข้าง 
          4. ปรับปรุงพื้นที่ให้เกิดความสะอาดและสวยงามอยู่ตลอดเวลา


การฝึกซ้อมการป้องกันและระงับอัคคีภัย

          เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2548 เวลา 10.00 น.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ทำการฝึกซ้อมการป้องกันและระงับอัคคีภัย
บริเวณใต้ทางพิเศษฉลองรัช (ทางด่วนสายรามอินทรา-อาจนณรงค์) บริเวณทางด้านข้างด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษพระโขนง

          เรามาร่วมแรง ร่วมใจ ให้ทางด่วนสายรามอินทรา - อาจณรงค์ เป็นทางด่วนมาตรฐาน ISO 14001:2004 เพื่อสิ่งแวดล้อม
และคุณภาพชีวิตทีดี

สรร. ตรวจประเมิน ISO 14001

          เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2549 เวลา 08.30 น. นายเผชิญ ไพโรจน์ศักดิ์ ผวก. เป็นประธานในพิธีเปิดการตรวจติดตามมาตรฐาน
ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001:2004) จาก สรร. ณ ห้องประชุม ชั้น2 อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช พร้อมเดิน
ทางออกตรวจพื้นที่ใต้เขตทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งผลการตรวจประเมินเป็นไปตามข้อกำหนดและมีข้อเสนอแนะรวม 6 ข้อ

กทพ. กำหนดตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2004
          ตามที่ กทพ. ได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมมาตรฐาน ISO 14001 จากสำนักรับรองระบบคุณภาพ (สสร.) 
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2547 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการต่อใบรับรอง ภายหลังจากที่ กทพ. ได้ดำเนินการนำทางพิเศษฉลองรัชเข้ามา
สู่มาตรฐาน ISO 14001 ตั้งแต่ปี 2542 และได้รับการรับรองครั้งแรกในปี 2543 นั้น
          เพื่อเป็นการตรวจติดตามการรักษาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001  คณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการ
สิ่งแวดล้อม ISO 14001 ได้กำหนดให้มีการตรวจติดตามฯ ภายในของ กทพ. ประจำปี 2550 ในวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2550 
และทาง สรร. จะทำการตรวจติดตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในวันที่ 10 เมษายน 2550

สรุปผลการตรวจประเมินการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004

          การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมจากสำนักรับรองระบบคุณภาพ (สสร.)
 ในขอบข่ายการให้บริการ และการบำรุงรักษาทางพิเศษฉลองรัช รวมถึงกิจกรรมและบริการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์ควบคุมทางพิเศษ
ฉลองรัช ,ศูนย์ซ่อมบำรุง ,ด่านเก็บค่าผ่านทาง 10 ด่าน (11 หน่วยการบริการ) และพื้นที่ใต้ทางพิเศษ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2548
สรร. ได้ดำเนินการตรวจติดตามผลเพื่อการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2549 และการตรวจ
ประเมินครั้งนี้เป็นการตรวจติดตามเพื่อการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2 ในวันที่ 10 เมษายน 2550

          ผลจากการตรวจประเมิน พบว่า กทพ. ยังคงดำเนินระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมไปอย่างต่อเนื่อง และกลมกลืนไปกับงาน
ประจำมากยิ่งขึ้น มีกระบวนการกำกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นที่ดี เช่น การควบคุมผู้รับเหมาในสัญญาที่ 1 ของการก่อสร้างทาง
พิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รวมทั้งมีกระบวนการตรวจติดตามภายในที่เข้มแข็งที่ให้ภาพสะท้อนสมรรถนะ
ของระบบฯแก่ผู้บริหารได้อย่างคมชัด
          จากผลการตรวจประเมินระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมดังกล่าวข้างต้นครั้งนี้ไม่พบข้อบกพร่อง คณะผู้ตรวจประเมินมีความเห็นให้
คงการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยในขอบข่ายดังกล่าวข้างต้นต่อไป


สรุปผลการดำเนินงานตรวจติดตามภายใน ISO 14001:2004

          นายเผชิญ  ไพโรจน์ศักดิ์  ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย  เป็นประธานเปิดและปิดการประชุมการตรวจติดตามระบบ
การจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ประจำปี 2551  ในวันที่ 10-11 มีนาคม 2551 แก่คณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการ
สิ่งแวดล้อม ISO 14001  ณ ห้องประชุม 2301  ชั้น 3  อาคาร 2  กทพ. จตุจักร  โดยสรุปว่าการตรวจติดตามภายในครั้งนี้พบสิ่งที่
ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด รวม 14 รายการ ประกอบด้วย สิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดหลัก (Major) จำนวน 1 รายการ  สิ่งที่ไม่เป็น
ไปตามข้อกำหนดรอง (Minor) จำนวน 4 รายการ และข้อสังเกต (Observation) จำนวน 9 รายการ ซึ่งประธานฯ ได้มอบหมายให้ผู้
รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขให้มีความครบถ้วน และตรงตามข้อกำหนดต่อไป


กทพ. เพิ่มพื้นที่สีเขียวใต้ทางพิเศษฉลองรัช

          การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)  กระทรวงคมนาคม  ได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่กรุงเทพมหานคร โดยปลูกไม้ยืนต้นใต้ทางพิเศษฉลองรัช บริเวณอาจณรงค์ (ตรงข้ามสวนไทรเฉลิมพระเกียรติ) บนเนื้อที่ 220 ตารางวา นับเป็นปอดแห่งใหม่ของชาวกรุงเทพมหานคร รวมถึงเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในเขตทางพิเศษให้ดียิ่งขึ้น
          การคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตทางพิเศษ เป็นนโยบายสำคัญของ กทพ. นอกเหนือจากการพัฒนาและให้บริการทางพิเศษ โดยเฉพาะทางพิเศษฉลองรัช (ทางพิเศษสายรามอินทรา-อาจณรงค์) ที่ กทพ. ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 : 2004  ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมา กทพ. ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำสวนหย่อม การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมถึงมอบพื้นที่ให้แก่กรุงเทพมหานคร  นำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ และล่าสุดใต้ทางพิเศษฉลองรัช บริเวณอาจณรงค์ (ตรงข้ามสวนไทรเฉลิมพระเกียรติ) กทพ. ได้พัฒนาพื้นที่โดยจัดปลูกไม้ยืนต้น อาทิ เหลืองปรีดียาธร  มะฮอคกานี ในเนื้อที่ 220 ตารางวา  นอกเหนือจากที่ได้ปลูกสวนมะพร้อมน้ำหอม และจัดสวนอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงกันดังกล่าว จำนวน 24 ไร่  มาแล้วเมื่อปี 2542

การตรวจติดตามเพื่อรับรองระบบ ISO 14001 : 2004

          เมื่อวันที่ 8-9 เมษายน 2551  นายเผชิญ  ไพโรจน์ศักดิ์  ผวก. เป็นประธานเปิดการประชุมร่วมกับผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องกับระบบ
การจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และปิดประชุมเพื่อนำเสนอสรุปผลการตรวจประเมิน โดยคณะผู้ตรวจประเมินจากสำนักรับรองระบบ
คุณภาพ (สรร.) ณ ห้องประชุม 213  ชั้น 2  อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช ได้ข้อสรุปว่าไม่พบสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด 
มีเพียงข้อเสนอแนะเพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานของ กทพ. บางส่วนเท่านั้น

กทพ. ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 : 2004  ปี 2551

          การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)   ได้รับใบรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2004  ของ
ทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ จากสำนักรับรองระบบคุณภาพ (สรร.)  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) อย่างต่อเนื่อง
          จากการที่ กทพ. ได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001  ของทางพิเศษฉลองรัช มาตั้งแต่ พ.ศ.2543  
โดยสามารถรักษาระบบได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งในปี 2551  สรร. ได้ทำการตรวจประเมินเพื่อรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 แก่ กทพ. ระหว่างวันที่ 8-9 เมษายน 2551 ภายใต้ขอบข่ายการให้บริการและการบำรุงรักษาทางพิเศษฉลองรัช
และทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์  รวมถึงกิจกรรมและการบริการที่เกี่ยวข้อง  ได้แก่  ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช  ศูนย์ซ่อมบำรุง ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ 10 ด่าน (11 หน่วยบริการ) และพื้นที่ใต้ทางพิเศษฉลองรัช รวมทั้งพื้นที่ใต้ทางแยกต่างระดับอาจณรงค์ โดย สรร.ได้ให้การรับรองการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2004  แก่ กทพ.อย่างต่อเนื่องต่อไปอีกเป็นเวลา 3 ปี กล่าวคือ ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2551  จนถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2554

          สำหรับ ISO 14001 : 2004 ของทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์  กทพ. ได้ประกาศนโยบายสิ่งแวดล้อมไว้ 4 ด้านหลักคือ

               1) การให้ความสำคัญในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
               2) การปฏิบัติตามกฎหมายและการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
               3) การสร้างจิตสำนึกในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
               4) การประกาศนโยบายสิ่งแวดล้อมให้สาธารณชนได้รับทราบ

          เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ กทพ. ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์การที่ให้บริการทางพิเศษอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยบนรากฐานการบริหารจัดการที่ดี และมีศักยภาพเชิงธุรกิจโดยคำนึงถึงความคุ้มทุนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังนั้น กทพ. จึงได้มุ่งมั่นดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยจัดให้มีโครงการศึกษาและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทางพิเศษในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากการดำเนินงานทางพิเศษอีกด้วย


กทพ. ทบทวนนโยบายสิ่งแวดล้อมของ ISO 14001 : 2000

          ฝ่ายเลขานุการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ของ กทพ. ได้มีการทบทวนนโยบายสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ ผวก. ได้ลงนาม
ประกาศนโยบายสิ่งแวดล้อมของทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551 ให้พนักงานและ
ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วไป ซึ่งสรุปได้ว่านโยบายสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม รวม 
5 เรื่อง ได้แก่ ระดับเสียง  ฝุ่นละออง  การจัดการขยะมูลฝอย  สภาพแวดล้อม และการป้องกันอุบัติภัย ซึ่งฝ่ายเลขานุการฯ ได้ตรวจสอบ
นโยบายสิ่งแวดล้อมดังกล่าว แล้วเห็นว่าเนื้อหายังคงครอบคลุมถึงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญที่ กทพ. จะดำเนินการจัดทำ
เป็นแผนงานสิ่งแวดล้อมในปี 2552 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการป้องกันอุบัติภัยแล้ว


ประชุมคณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2004

          เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2552  นายสมชาย  จารุเกษมรัตนะ รผป. รักษาการ ผวก.  เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2004 เพื่อทบทวนเอกสาร /ขอบเขตพื้นที่ของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกำหนดการและแผนการตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ประจำปี 2552  ณ ห้องประชุม 203  ชั้น 2  อาคาร 1  กทพ. จตุจักร
 


                   

ผลการดำเนินงานตามแผนงานสิ่งแวดล้อมของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001  ของ กทพ.

           แผนงานสิ่งแวดล้อมของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001  ของ กทพ. ที่ดำเนินการในช่วงเดือนธันวาคม 2551 ถึงมกราคม 2552 มีดังนี้ เดือนธันวาคม 2551 มีแผนงานสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการรวม 3 แผนงานได้แก่

          1)  แผนงานการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทางพิเศษฉลองรัช
          2)  แผนงานลดการสูญหายของทรัพย์สินบนทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์
          3)  แผนงานการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์เดือนมกราคม 2552  มีแผนงานสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการรวม 2 แผนงาน ได้แก่
         1)   แผนงานปรับปรุงผิวจราจรและเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางพิเศษฉลองรัช
         2)  แผนงานการเพิ่มพื้นสีเขียวในเขตทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ผลการดำเนินงานของแผนงานสิ่งแวดล้อมในช่วงเดือนธันวาคม 2551 ถึงมกราคม 2552 สรุปได้ว่า ทั้งหมดมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและระยะเวลาที่กำหนดไว้

          ผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม กทพ.อยู่ภายใต้มาตรฐาน
          จากการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมอันได้แก่ คุณภาพอากาศ ระดับเสียง ระดับเสียง และคุณภาพน้ำดื่มบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษฉลองรัชและศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช สรุปได้ว่าผลการตรวจวัดสิ่งแวดล้อมมีค่าอยู่ภายใต้มาตรฐานทั้งหมด แต่เนื่องจากในปัจจุบันปริมาณรถยนต์ได้เพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น จึงควรมีมาตรฐานการควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ยังคงมีค่าอยู่ภายใต้มาตรฐาน ซึ่งที่ปรึกษา (คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล) ได้เสนอแนะมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ดังนี้
          2.1  มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านคุณภาพอากาศ
          1)  เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองบริเวณหน้าด่านให้เร่งระบายยานพาหนะที่หยุดนิ่งและเคลื่อนตัวได้ช้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
          2)  ในกรณีที่มียานพาหนะติดขัดและหนาแน่นในบริเวณในบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษในบางช่วง ควรให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละออง
          2.2  มาตรการป้องกันผลกระทบด้านระดับเสียงในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษ
          1)  ควรกำหนดมาตรการเฝ้าระวังโดยการตรวจวัดระดับเสียงในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษตามด่านต่าง ๆ ทุก ๆ 2 ปี โดยให้เลือกตรวจวัดในตู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ช่องเก็บค่าผ่านทางสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่
          2)  มีการเฝ้าระวังโดยเก็บค่าผ่านทางพิเศษเป็นประจำทุกปี  หากพบว่ามีพนักงานคนใดมีแนวโน้มเกิดการเสื่อมสภาพการได้ยิน ควรสับเปลี่ยนให้ไปปฏิบัติงานในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษที่มีระดับเสียงเบาลงหรือสับเปลี่ยนหน้าที่ไปอยู่ส่วนงานอื่น
          2.3  มาตรการควบคุมดูแลคุณภาพน้ำบริโภค
          1)  ทำความสะอาดตัวกรองในเครื่องกรองน้ำดื่มทุก 6 เดือน  และดำเนินการเปลี่ยนตัวกรองภายในระบบกรองน้ำดื่ม เมื่อพบว่ามีการเสื่อมสภาพหรือหมดประสิทธิภาพในการกรอง โดยตรวจสอบจากผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำดื่ม
          2)  มีการเฝ้าระวังโดยเก็บตัวอย่างน้ำที่มีพนักงานใช้ดื่ม ณ จุดบริการต่าง ๆ ของ กทพ.ส่งตรวจวิเคราะห์ทุก 6 เดือน
          3)  ควรระวังการปนเปื้อนในถังทำน้ำเย็นสำหรับดื่มจากการยกเปลี่ยนถังน้ำ และควรมีการทำความสะอาดทุกสัปดาห์ การศึกษาและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทางพิเศษในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวมทั้งบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากการดำเนินงานทางพิเศษอีกด้วย

กทพ.ทบทวนนโยบายสิ่งแวดล้อมของ ISO 14001

           ฝ่ายเลขานุการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ของ กทพ.ได้มีการทบทวนนโยบายสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ ผวก.ได้ลงนามประกาศนโยบายสิ่งแวดล้อมของทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษสายบางนาอาจณรงค์เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551 ให้พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วไป  ซึ่งสรุปได้ว่านโยบายสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมรวม 5 เรื่อง ได้แก่ ระดับเสียง ฝุ่นละออง การจัดการขยะมูลฝอย  สภาพแวดล้อม และการป้องกันอุบัติภัย ซึ่งฝ่ายเลขานุการฯ ได้ตรวจสอบนโยบายสิ่งแวดล้อมดังกล่าว แล้วเห็นว่าเนื้อหายังครอบคลุมถึงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญที่ กทพ.จะดำเนินการจัดทำเป็นแผนสิ่งแวดล้อมในปี 2552 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการป้องกันอุบัติภัยแล้ว

ประชุมคณะทำงานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001

           เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552  นายสินธพ  สิริสิงห รผว. เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ซึ่งเป็นการติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามมติที่ประชุมคณะทำงานฯ การดำเนินโครงการใช้กระดาษคุ้มค่ารักษาธรรมชาติ การตรวจติดตามระบบจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ประจำปี 2552 โดยคณะทำงานตรวจติดตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 การแก้ไขคู่มือสิ่งแวดล้อมผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษฉลองรัชและศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช ผลการดำเนินงานตามแผนสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหา/อุปสรรค และข้อเสนอแนะของการดำเนินงาน ผลการประเมินความสอดคล้องกับกฎหมาย ณ ห้องประชุม 203 อาคารจตุจักร

การตรวจติดตามเพื่อรับรองระบบ ISO 14001 : 2004

           เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2552  นายสินธพ  สิริสิงห  รผว. เป็นประธานเปิดการประชุมร่วมกับผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และปิดประชุมเพื่อนำเสนอสรุปผลการตรวจประเมิน โดยคณะผู้ตรวจประเมินจากสถาบันรับรองระบบคุณภาพ (สรร.) ณ ห้องประชุม 213  ชั้น 2  อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช ได้ข้อสรุปว่าไม่พบสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (NC) มีเพียงข้อเสนอแนะเพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานของ กทพ. บางส่วนเท่านั้น




                                                           

 

    

 

» Sign up for e-News...Fill your email
EXAT Music Player