การทางพิเศษแห่งประเทศไทย : Expressway Authority of Thailand

-
  • วิสัยทัศน์ ปี ๒๕๕๖ "ทางเลือกที่คุ้มค่า พัฒนาก้าวไกล ใส่ใจสิ่งแวดล้อม"__กทพ. ได้รับรางวัลดีเยี่ยม จากการประกวดแผนส่งเสริมธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจจากสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ และในปีเดียวกันนี้ กทพ. ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานต้นแบบในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นอกจากนั้น กทพ. ได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานดีเด่นด้านความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ (รางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณจาก นายกรัฐมนตรี)

การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของ กทพ.

วันที่แก้ไขข้อมูล : 15 มีนาคม 2556

                          กทพ. ฝึกซ้อมป้องกันและระงับอัคคีภัยใต้ทางพิเศษฉลองรัช ประจำปี ๒๕๕๖


         การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม กำหนดจัดการฝึกซ้อมป้องกันอัคคีภัยใต้ทางพิเศษฉลองรัช
ประจำปี ๒๕๕๖  ณ  บริเวณใต้ทางพิเศษฉลองรัช
บ่อบำบัดน้ำเสียบึงพระราม ๙ เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

 

        
นายประสิทธิ์ เดชศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายกรรมสิทธิ์ที่ดิน เปิดเผยในรายละเอียดว่า ตามที่ กทพ. ได้นำทางพิเศษฉลองรัชเข้า
สู่ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO ๑๔๐๐๑: ๒๐๐๔ ซึ่งกำหนดให้มีการจัดทำแผนป้องกันอัคคีภัย ปีละ ๑ ครั้ง ซึ่งครั้งนี้ กทพ.ได้
ทำการฝึกซ้อมป้องกันอัคคีภัย  ในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น.  บริเวณใต้ทางพิเศษฉลองรัช
บ่อบำบัดน้ำเสียบึง
พระราม ๙
ในการนี้ กทพ. ได้ขอความร่วมมือประชาชนผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงร่วมทำการฝึกซ้อมป้องกัน และระงับอัคคีภัย
ใต้เขตทางพิเศษ ตามมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO ๑๔๐๐๑: ๒๐๐๔ ทั้งนี้  กทพ. ได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณที่ทำการ
ฝึกซ้อมและบริเวณชุมชนใกล้เขตทางพิเศษ หากเกิดอัคคีภัยบริเวณทางพิเศษกรุณาแจ้งได้ที่ ศูนย์ข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (Exat Call
Center) โทร ๑๕๔๓ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง


 
 

 

 
                       -------------------------------------------------------------------------------------------------


      กทพ. ดำเนินงาน ISO ๑๔๐๐๑ : ๒๐๐๔ ต่อเนื่องในปี ๒๕๕๖ มุ่งเน้นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทางพิเศษ


         การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ดำเนินการ ISO ๑๔๐๐๑: ๒๐๐๔ ต่อเนื่องในปี ๒๕๕๖ เพื่อให้
สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ กทพ. ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์การที่มีความเป็นเลิศในธุรกิจทางพิเศษมีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีความ
รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม  สำหรับการดำเนินงานตามแผนงานสิ่งแวดล้อมของระบบ ISO ๑๔๐๐๑  กทพ. ได้ดำเนินการ
ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน (ปี ๒๕๕๖) ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือน มกราคม ๒๕๕๖ โดยมีแผนงานที่ดำเนินการ ๕ แผนงาน ได้แก่

         ๑. การให้ความสำคัญในการควบคุมระดับเสียง ฝุ่นละออง ขยะมูลฝอย การจัดการจราจร และอุบัติภัยที่อาจเกิดจากการ
             ดำเนินงาน

         ๒. เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทางพิเศษ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติงานบนทางพิเศษลดการสะสมของ
             รถยนต์บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ รวมทั้งดูแลรักษาสุขอนามัยของพนักงาน ลูกจ้าง และผู้เกี่ยวข้อง โดยกำหนด
             เป็นวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแนวทางปฏิบัติ พร้อมทั้งมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

         ๓. ปฏิบัติตามกฏหมาย ระเบียบ มาตรฐาน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและแก้ไข
             ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีต่อพนักงาน ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้อง สาธารณชน สภาพแวดล้อม และสถานที่ปฏิบัติงาน

         ๔. สร้างจิตสำนึกแก่พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องในการรักษาคุณภาพและสิ่งแวดล้อมและร่วมกันรับผิดชอบในการ
             ใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด

         ๕. เผยแพร่นโยบายสิ่งแวดล้อมต่อพนักงาน ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชน

         สำหรับแผนงานการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทางพิเศษนั้น  กทพ. มุ่งเน้นและให้ความสำคัญโดยดำเนินการเพิ่ม หรือ
ปรับปรุงอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยต่างๆ บนทางพิเศษ เช่น ป้ายแนะนำเส้นทาง ป้ายเตือน จำนวนอย่างน้อย ๑๕ บริเวณ ตาม
บริเวณหัวเกาะทางขึ้นลงทางพิเศษ ทางโค้ง ทางแยก ดำเนินการติดตั้ง Warning Talk บริเวณทางแยกที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด
อุบัติเหตุบนทางพิเศษฉลองรัช พร้อมทั้ง ติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย บริเวณที่มีการเปิดช่องจราจรสวนทาง เช่น เส้นชลอ
ความเร็วป้ายแนะนำช่วงเวลาการใช้ช่องจราจรสวนทางบนทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งแผนงานดังกล่าวมีความสอดคล้องกับนโยบาย
ของกระทรวงคมนาคมในปี ๒๕๕๖ ที่เน้นในด้านความปลอดภัยเป็นหลักและ กทพ. ได้ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยบน
ทางพิเศษมาอย่างต่อเนื่อง



                        -------------------------------------------------------------------------------------------------


                                                      การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของ กทพ.

1. สรุปผลการศึกษาโครงการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ อาคารสำนักงาน และบริเวณ
    แนวสายทางพิเศษ

    1.1 วัตถุประสงค์
    1.1.1 เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ ทางพิเศษ
ฉลองรัช ทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษสายกาญจนาภิเษก(บางพลี- สุขสวัสดิ์) ภายหลังเปิดดำเนินโครงการ เพื่อนำเสนอสำนักงาน
นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้รับทราบ และเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ สผ. ที่ระบุไว้ในรายงาน
การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

    1.1.2 เพื่อตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านทรัพยากรกายภาพ ได้แก่ คุณภาพอากาศ ระดับเสียงและความสั่นสะเทือน ตามแนว
สายทางของทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษบางนา-อาจณรงค์ ทางพิเศษฉลองรัช ทางพิเศษบูรพาวิถีและทางพิเศษสายกาญจนา
ภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ภายหลังเปิดดำเนินโครงการ เพื่อนำเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(สผ.) ทราบ  ทั้งนี้  เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535  และเพื่อให้เป็นไปตามข้อ
กำหนดของ สผ. ที่ระบุ
ไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง เพื่อทราบแนวโน้มของคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ประชาชน
ได้รับผลกระทบ อันเนื่องมาจากการดำเนินงานของทางพิเศษ

    1.1.3 เพื่อจัดให้มีมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากทางพิเศษ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน
ของชุมชนที่พักอาศัยใกล้ทางพิเศษ รวมทั้งลดปัญหาร้องเรียนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการทางพิเศษอีกด้วย

    1.1.4 เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของ  กทพ. ที่มีต่อประชาชนทั่วไป อันจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า กทพ. ดำเนินงาน
โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง ทางพิเศษ รวมทั้งผู้ใช้บริการทางพิเศษ

    1.2   ขอบเขตการศึกษา
กทพ. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา (สำนักงานบริการเทคโนโลยีสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณ- สุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)
ดำเนินโครงการศึกษาและติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมของทางพิเศษในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปีงบประมาณ
2554 โดยมีขอบเขตและพื้นที่ศึกษาดังนี้

    1.2.1 คุณภาพอากาศ
ตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศ ประกอบด้วย ปริมาณฝุ่นละอองรวม (TSP) ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน
(PM-10)ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ก๊าซไนโตรเจนได-ออกไซด์ (NO2) สารประกอบไฮโดรคาร์บอนทั้งหมดในอากาศ (THC)
ก๊าซโอโซน (O3) รวมถึงสภาพอุตุนิยมวิทยา สถานีละ 3 วันต่อเนื่องกันครอบคลุมทั้งวันทำการและวันหยุดราชการ รวมทั้งสิ้น 15
สถานี ดังนี้
    1) ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 1 สถานี ได้แก่ วิทยาลัยพาณิชยการเชตุพน
    2) ทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ จำนวน 1 สถานี ได้แก่ โรงเรียนพูนสิน
    3) ทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 9 สถานี ได้แก่ ซอยอยู่เย็น โรงเรียนคลองทรงกระเทียม หมู่บ้านออร์คิดวิลล่า หมู่บ้านธารารมณ์
       
โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ ถนอมมิตรปาร์คคอนโดมิเนียม โรงเรียนวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช
       
ทาวน์เฮ้าท์ ใกล้หมู่บ้านตะวันนาลากูน่า
    4) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน 4 สถานี ได้แก่ วัดไตรสามัคคี วัดสวนส้ม หมู่บ้านนันทวัน หมู่บ้านมัณฑนา

    1.2.2 ระดับเสียง
             ตรวจวัดระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง (Leq 24 hr) ระดับเสียงสูงสุด (Lmax) ระดับเสียงกลางวัน-กลางคืน (Ldn) ระดับเสียง
เปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 10 (L10) และระดับเสียงเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 90 (L90) สถานีละ 3 วันต่อเนื่องกัน ครอบคลุมทั้งวันทำการและวันหยุด
ราชการ รวมทั้งสิ้น 19 สถานี ดังนี้
    1) ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 1 สถานี ได้แก่ วิทยาลัยพาณิชยการเชตุพน
    2) ทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ จำนวน 1 สถานี ได้แก่ โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย
    3) ทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 8 สถานี ได้แก่ ซอยอยู่เย็น โรงเรียนคลองทรงกระเทียม หมู่บ้านออร์คิดวิลล่า หมู่บ้านธารารมณ์
       
โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ ถนอมมิตรปาร์คคอนโดมิเนียม โรงเรียนวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ทาวน์เฮ้าท์ใกล้หมู่บ้านตะวันนาลากูน่า
    4) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน 4 สถานี ได้แก่ วัดสวนส้ม   หมู่บ้านนันทวัน หมู่บ้านมัณฑนา หมู่บ้าน
        เศรษฐสิริ
บางนา-วงแหวน
    5) ทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 5 สถานี ได้แก่ โรงพยาบาลบางนา 1 โรงพยาบาลบางนา 2 โรงพยาบาลไทยนครินทร์

    1.2.3 ความสั่นสะเทือน
             ตรวจวัดระดับความเร็วของอนุภาคสูงสุด (Peak Particle Velocity) สถานีละ 3 วันต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งวันทำการและ
วันหยุด
ราชการ รวมทั้งสิ้น 8 สถานี ดังนี้

    1) ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 1 สถานี ได้แก่ โรงเรียนบางจาก 
    2) ทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 3 สถานี ได้แก่ ถนอมมิตรปาร์คคอนโดมิเนียม โรงเรียนวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ทาวน์เฮ้าท์ใกล้หมู่บ้าน
        ตะวันนา-ลากูน่า
    3) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน 4 สถานี ได้แก่ วัดสวนส้ม   หมู่บ้านนันทวัน หมู่บ้านเทพานิเวศ หมู่บ้าน
        ร่มเย็น

    1.3 ผลการศึกษา
    1.3.1 การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม
             ผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามแนวสายทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ ทางพิเศษฉลองรัช
ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ทางพิเศษบูรพาวิถี รวมทั้งสิ้น 42 สถานี สรุปได้ว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมส่วน
ใหญ่มีค่าอยู่ภายใต้มาตรฐาน   มีเพียงผลการตรวจวัดระดับเสียงบริเวณทางพิเศษบูรพาวิถี   จำนวน  4  สถานี  ได้แก่  โรงพยาบาลไทย-
นครินทร์  โรงพยาบาลบางนา 1 โรงพยาบาลบางนา 2  และโรงพยาบาลปิยะมินทร์ ที่มีค่าเกินกว่ามาตรฐาน  ซึ่งสาเหตุมาจากบริเวณ
ดังกล่าว ได้รับผลกระทบระดับเสียงจากการจราจรบนถนนบางนา-ตราด ที่มีการจราจรหนาแน่นตลอดทั้งวัน

    1.3.2 การติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
             จากการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม พบว่า กทพ.ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการ
ป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมกำหนดไว้อย่างครบถ้วน  ทั้งด้านคุณภาพอากาศ
ความสั่นสะเทือน การคมนาคม เศรษฐกิจสังคม และด้านทัศนียภาพ

    1.4 ข้อเสนอแนะ
    1.4.1 ด้านคุณภาพอากาศ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานี สำหรับสถานีหมู่บ้านนันทวันเนื่องจาก
มีคุณภาพอากาศ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีค่าสารมลพิษประมาณร้อยละ 30 ของค่ามาตรฐานและมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลง จึงควรยกเลิกการ
ตรวจวัดสถานีนี้ในการตรวจวัดครั้งต่อไป สำหรับสถานีตรวจวัดอื่นๆ ให้ดำเนินการตรวจวัดอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง

    1.4.2 ด้านระดับเสียง ยกเลิกสถานีตรวจวัดระดับเสียงบริเวณโรงเรียนพระโขนงวิทยาลัยเนื่องจากอยู่ไกลจากทางพิเศษ และเลือก
สถานที่ที่อยู่ใกล้ทางพิเศษมากกว่า  เช่น โรงเรียนพูนสินเป็นสถานีตรวจวัดแทน สำหรับสถานีตรวจวัดอื่นๆ ให้ดำเนินการตรวจวัดอย่าง
ต่อเนื่องเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง

    1.4.3 ด้านความสั่นสะเทือน ให้มีการตรวจวัดเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบด้านความสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องเพื่อเฝ้าระวัง

2. โครงการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษและอาคารสำนักงานของ  
    กทพ. ปีงบประมาณ 2553

    2.1 วัตถุประสงค์ของโครงการ
    2.1.1 เพื่อตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านระดับเสียง คุณภาพอากาศ และคุณภาพน้ำดื่มบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ และ
อาคารสำนักงานของ กทพ. แล้วนำผลการตรวจวัดมาเปรียบเทียบกับ ค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้

    2.1.2 เพื่อติดตามและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเปรียบเทียบกับมาตรฐานและผลการตรวจวัดที่ผ่านมา
และเสนอแนวทางในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้น หากพบว่าผลการตรวจวัดมีค่าเกินกว่ามาตรฐานหรือมีแนวโน้ม
ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่จะก่อให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขต่อไป

    2.2 ขอบเขตการศึกษา
กทพ. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา (ศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต) ดำเนินโครงการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม บริเวณด่านเก็บ
ค่าผ่านทางพิเศษและอาคารสำนักงานของ กทพ. ปีงบประมาณ 2553 โดยมีรายละเอียดขอบเขตการศึกษาดังนี้

    2.2.1ระดับเสียง
    1) ระดับเสียงทั่วไป
     ตรวจวัดค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง (Leq 24 hr) และระดับเสียงสูงสุด (Lmax) เป็นระยะเวลา 5 วัน ต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้ง
วันทำการและวันหยุดราชการ รวมทั้งสิ้น 11 สถานี ประกอบด้วย
    1.1)  ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 5 สถานี ได้แก่ ด่านบางนา ด่านดินแดง ด่านดาวคะนอง ด่านพระรามสี่ 1 และด่านเลียบแม่น้ำ
    1.2)  ทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 3 สถานี ได้แก่ ด่านรามอินทรา ด่านโยธินพัฒนา และด่านประชาอุทิศ
    1.3)  ทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 1 ได้แก่ ด่านบางนา กม. 6 (ขาเข้า)
    1.4)  ศูนย์ควบคุมทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 1 สถานี
    1.5)  ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 1 สถานี

    2) ระดับเสียงในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษ
     ตรวจวัดระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงาน (Time Weighted Average) โดยใช้ค่าเฉลี่ย 8 ชั่วโมง (Leq 8 hr) เป็นระยะเวลา
5 วัน ต่อเนื่องครอบคลุมทั้งวันทำการและวันหยุดราชการ รวมทั้งสิ้น 9 สถานี ประกอบด้วย
    2.1)  ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 5 สถานี ได้แก่ ด่านบางนา ด่านดินแดง ด่านดาวคะนอง ด่านพระรามสี่ 1 และด่านเลียบแม่น้ำ
    2.2)  ทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 3 สถานี ได้แก่ ด่านรามอินทรา ด่านโยธินพัฒนา และด่านประชาอุทิศ
    2.3)  ทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 1 สถานี ได้แก่ ด่านบางนา กม.6 (ขาเข้า)

    2.2.2 คุณภาพอากาศ
    1) คุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป
        ตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM-10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 วัน ต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งวันทำการและ
วันหยุดราชการ รวมทั้งสิ้น 11 สถานี ประกอบด้วย
    1.1)  ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 5 สถานี ได้แก่ ด่านบางนา ด่านดินแดง ด่านดาวคะนอง ด่านพระรามสี่ 1 และด่านเลียบแม่น้ำ
    1.2) ทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 3 สถานี ได้แก่ ด่านรามอินทรา ด่านโยธินพัฒนา และด่านประชาอุทิศ
    1.3)  ทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 1 สถานี ได้แก่ ด่านบางนา กม.6 (ขาเข้า)
    1.4)  ศูนย์ควบคุมทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 1 สถานี
    1.5)  ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 1 สถานี

    2) คุณภาพอากาศแบบติดตามตัว
    2.1) บริเวณตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษ : ตรวจวัดฝุ่นละอองที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ (Respirable Dust : RD) ตามระยะ
เวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน กทพ. ในแต่ละกะๆ ละ 8 ชั่วโมง ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะ 3 วัน ต่อเนื่อง โดยครอบคลุมทั้งวันทำการ
และวันหยุดราชการรวมทั้งสิ้น 9 สถานี ประกอบด้วย
           2.1.1) ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 5 สถานี ได้แก่ ด่านบางนา ด่านดินแดง ด่านดาวคะนอง ด่านพระรามสี่ 1 และด่านเลียบ
                     แม่น้ำ
           2.1.2) ทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 3 สถานี ได้แก่ ด่านรามอินทรา ด่านโยธินพัฒนา และด่านประชาอุทิศ 
           2.1.3) ทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 1 สถานี ได้แก่ ด่านบางนา กม.6 (ขาเข้า)

        2.2) บริเวณห้องถ่ายเอกสารของสำนักงานใหญ่ จตุจักร : ตรวจวัดปริมาณ ฝุ่นละอองรวม (Total Dust) และปริมาณฝุ่นละอองที่
สามารถเข้าสู่ระบบหายใจได้ (Respirable Dust) ตามระยะเวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน กทพ. (เวลา 8.30-16.30 น.)

        2.3) บริเวณห้องซ่อมอุปกรณ์ของ กบร. อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 2 จุด : ตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองรวม
(Total Dust) ปริมาณฝุ่นละอองที่สามารถเข้าสู่ระบบหายใจได้ (Respirable Dust) และตะกั่ว ตามระยะเวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน
กทพ. (เวลา 8.30-16.30 น.)

        2.2.3 คุณภาพน้ำดื่ม
                 ตรวจวัดคุณภาพน้ำดื่ม ประกอบด้วย ทางด้านกายภาพ ได้แก่ ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ความขุ่น (Turbidity) และปริมาณ
ของแข็งทั้งหมด (Total Solid) ทางด้านเคมี ได้แก่ เหล็ก (Fe) ซัลเฟต (SO42-) ไนเตรต (NO3-) คลอไรด์ (Cl-)ความกระด้างทั้งหมด
(Total Hardness) และตะกั่ว (Pb) และทางด้านชีวภาพ ประกอบด้วย แบคทีเรียโคลีฟอร์มทั้งหมด (Total Coliform Bacteria : TCB)
และแบคทีเรียอีโคไล (E.Coli) รวมทั้งสิ้น 11 สถานี ประกอบด้วย
                        1)  ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 2 สถานี ได้แก่ ด่านบางนาและด่านดาวคะนอง
                        2)  ทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 1 สถานี ได้แก่ ด่านรามอินทรา
                        3)  ทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 3 สถานี ได้แก่ ด่านบางบัว ด่านบางประกง 1 และด่านชลบุรี
                        4)  สำนักงานใหญ่ จตุจักร จำนวน 2 สถานี
                        5)  ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 1 สถานี
                        6)  ศูนย์ควบคุมทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 1 สถานี
                        7)  อาคารฝ่ายกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 1 สถานี

    2.3 ผลการศึกษา
        2.3.1 ระดับเสียง
       1) ระดับเสียงทั่วไป
ผลการตรวจวัดระดับเสียงทั่วไป พบว่าบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษส่วนใหญ่    มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับเสียง ยกเว้น ด่าน
ประชาอุทิศ ศูนย์ควบคุมทางพิเศษเฉลิมมหานคร และ     ศูนย์ควบคุม ทางพิเศษฉลองรัช มีค่าระดับเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่
กำหนดไว้ สาเหตุเนื่องจากจุดตรวจวัดระดับเสียงตั้งอยู่ใกล้แนวเส้นทางที่รถยนต์แล่นผ่านช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ทำให้อาจได้รับ
ผลกระทบจากรถยนต์ที่เร่งเครื่องผ่านตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษนั้น

       2) ระดับเสียงในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษ
ผลการตรวจวัดระดับเสียงในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษ พบว่าระดับเสียงในตู้เก็บ     ค่าผ่านทางพิเศษทั้งหมดมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ที่กำหนดไว้

        2.3.2 คุณภาพอากาศ
       1) คุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป
ผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM-10) ในบรรยากาศโดยทั่วไป พบว่าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษส่วนใหญ่มีค่า
อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด ยกเว้น ด่านพระรามสี่ 1ด่านเลียบแม่น้ำ ด่านโยธินพัฒนา และศูนย์ควบคุมทางพิเศษเฉลิมมหานครมีค่า
เกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด สาเหตุเนื่องจากสภาพแวดล้อมบริเวณจุดตรวจวัดไม่เป็นที่โล่ง มีตัวอาคารกีดขวางทิศทางการไหลเวียน
ของอากาศ ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองบริเวณนั้น

       2) คุณภาพอากาศแบบติดตามตัวบุคคล
ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบติดตามตัวบุคคล พบว่าบริเวณตู้เก็บค่าผ่าน   ทางพิเศษทั้งหมดมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้

        2.3.3   คุณภาพน้ำดื่ม
ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำดื่ม พบว่าคุณภาพน้ำดื่มส่วนใหญ่มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้น น้ำก่อนผ่านเครื่องกรองน้ำของอาคารสำนัก
งานใหญ่ จตุจักร อาคาร 2 (โรงอาหาร) มีปริมาณเหล็ก เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน สาเหตุเนื่องจากสภาพท่อน้ำประปามีการผุกร่อน แต่เมื่อ
น้ำผ่านเครื่องกรองน้ำแล้ว ปริมาณเหล็กอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้

2.4 มาตรป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
        2.4.1 ด้านระดับเสียง
       1) ระดับเสียงโดยทั่วไป
        1.1)  รณรงค์ให้ผู้ใช้ทางพิเศษเลือกใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ปรับแต่งเครื่องยนต์ และบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ
        1.2)  ประสานงานตำรวจทางด่วนเพื่อจัดการจราจรให้มีความคล่องตัว เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง
               
พิเศษและบริเวณเส้นทางจราจร
        1.3)  ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจวัดระดับเสียงบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษและบริเวณเส้นทางจราจร

       2) ระดับเสียงภายในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษ
        2.1) จัดให้มีกิจกรรมการรณรงค์ และสร้างความตระหนักแก่ผู้ใช้บริการ โดยการ ไม่เร่งความเร็วของเครื่องยนต์ในช่วงออกตัว
               บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับ คือ การลดระดับเสียงที่ดัง และลดค่าใช้จ่ายที่ต้องสูญเสียไปจากการ
               เร่งเครื่องยนต์
        2.2) จัดฝึกอบรมให้พนักงานเกิดความรู้ ความเข้าใจตลอดจนตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการได้รับเสียงที่เกินมาตรฐาน
               จากการปฏิบัติงาน รวมทั้งชี้แนะและฝึกปฏิบัติในการป้องกันอันตรายจากระดับเสียง เช่น วิธีการใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียงที่
               ถูกต้อง
        2.3)  จัดให้มีการตรวจสอบสมรรถภาพการได้ยินของพนักงานเก็บค่าผ่านทางพิเศษเป็นประจำทุกปี หากพบว่าพนักงานมีแนวโน้ม
                เกิดการเสื่อมสภาพการได้ยิน ควรสับเปลี่ยนให้ไปปฏิบัติงานใน ตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษที่มีระดับเสียงเบาลง หรือสับเปลี่ยน
                หน้าที่ไปอยู่ส่วนงานอื่น
        2.4)  กรณีพนักงานที่ปฏิบัติงานบริเวณภายนอกอาคารด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ   ที่ได้รับผลกระทบด้านระดับเสียงสูงเกินกว่าค่า
                มาตรฐานที่กำหนดไว้ ควรมีการวางแผนและกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานเพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานภายนอกอาคาร
                ติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งโดยปกติไม่ควรเกินกว่า วันละ 8 ชั่วโมง
        2.5)  กำหนดให้มีมาตรการเฝ้าระวัง โดยการตรวจวัดระดับเสียงในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษและในบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
                และศูนย์ควบคุมทางพิเศษเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกตรวจวัดในตู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ตู้เก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษ
                สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ และช่องบัตรทางด่วน (Easy Pass) ซึ่งมีจำนวนรถวิ่งปริมาณมาก เพื่อวิเคราะห์หาแนวทางการ
                ป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพนักงาน

        2.4.2 ด้านคุณภาพอากาศ
       1) คุณภาพอากาศโดยทั่วไป
        1.1) รณรงค์ให้ผู้ใช้ทางพิเศษเลือกใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้เชื้อเพลิง และบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามตารางเวลา
               อย่างสม่ำเสมอ
        1.2) เพิ่มความถี่ในการดูดฝุ่นบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
        1.3) ประสานงานตำรวจทางด่วนเพื่อจัดการจราจรให้มีความคล่องตัว ลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
              
และบริเวณเส้นทางจราจร

       2) คุณภาพอากาศภายในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษ
        2.1) จัดให้มีกิจกรรมการรณรงค์ และสร้างความตระหนักแก่ผู้ใช้บริการโดยการ  ไม่เร่งความเร็วของเครื่องยนต์ ในช่วง
              
ออกตัวบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
        2.2) จัดฝึกอบรมให้พนักงานเกิดความรู้ ความเข้าใจตลอดจนตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการได้รับฝุ่นละอองเป็น
              
เวลานาน รวมทั้งชี้แนะและฝึกปฏิบัติในการป้องกันอันตราย เช่น วิธีการใส่อุปกรณ์ป้องกัน
        2.3) เนื่องจากแต่ละด่านมีตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษหลายตู้ บางตู้อยู่ในช่องที่มีรถผ่านมาก บางตู้อยู่ในช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
              
เฉพาะรถบรรทุกและบางตู้อยู่ในช่องบัตรทางด่วน (Easy Pass) ทำให้ได้รับปริมาณฝุ่นละอองที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ
              
ไม่เท่ากัน  ดังนั้น จึงควรเพิ่มจำนวนจุดตรวจวัดบริเวณช่องบัตรทางด่วน เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับปริมาณฝุ่นละออง
              
ในตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษปกติ หากพบว่าในตู้บัตรทางด่วนมีปริมาณฝุ่นละอองน้อยกว่าตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษปกติ  กทพ.
              
อาจจะพิจารณาปรับเปลี่ยนเป็นช่องบัตรทางด่วนเพิ่มขึ้น เพื่อความปลอดภัยของพนักงานที่ปฏิบัติงานในตู้

        2.4.3 ด้านคุณภาพน้ำดื่ม
       1) ตรวจสอบ ปรับปรุง ซ่อมแซม ระบบท่อน้ำและก๊อกน้ำ ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่สม่ำเสมอ
       2) ทำความสะอาดตัวกรองในเครื่องกรองน้ำดื่ม และเปลี่ยนตัวกรองภายในระบบกรองน้ำดื่ม  รวมทั้ง ตรวจสอบถึงการ
          
เสื่อมสภาพหรือ หมดประสิทธิภาพในการกรอง โดยการตรวจสอบจากผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำดื่ม
       3) ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มในบริเวณจุดต่าง ๆ ที่พนักงาน กทพ. ใช้ดื่มทุก 6 เดือน ตามดัชนีที่ระบุไว้ตามประกาศ
          
กรมอนามัย เรื่อง เกณฑ์คุณภาพน้ำบริโภค กรมอนามัย วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543

» Sign up for e-News...Fill your email
EXAT Music Player