การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
EXPRESSWAY AUTHORITY OF THAILAND

โครงการที่อยู่ในแผนงาน

โครงการที่อยู่ในแผนงาน

18608
14 มกราคม 2563

๑.๑ โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๓ สายเหนือ ตอน N๒ เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก

               มีวัตถุประสงค์เพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรปรับปรุงทางแยกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของถนนประเสริฐมนูกิจและเชื่อมต่อโครงข่ายทางพิเศษกับถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก เพื่อแบ่งเบาปริมาณจราจรระดับดิน และระบายการจราจรทางด้านทิศตะวันออกระหว่างกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
              โครงการมีระยะทางประมาณ ๑๐.๕ กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นโครงการประมาณ กม. ๐+๗๖๔.๕๐๐ (บริเวณเสาตอม่อที่ ๑๐) ของถนนประเสริฐมนูกิจ (ทางหลวงหมายเลข ๓๕๑) เป็นทางยกระดับขนาด ๔ ช่องจราจร ซ้อนทับแนวเกาะกลางของถนนประเสริฐมนูกิจ ผ่านคลองบางบัว ทางแยกลาดปลาเค้าทางแยกเสนานิคม ทางแยกสุคนธสวัสดิ์ และยกข้ามต่อกับทางพิเศษฉลองรัช (ทางพิเศษสายรามอินทรา-อาจณรงค์) บริเวณทางแยกถนนประเสริฐมนูกิจตัดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยเชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชในรูปแบบทางแยกต่างระดับ ผ่านไปยังทางแยกถนนนวมินทร์ จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก โดยมีทางขึ้น-ลง ๒ แห่ง และทางแยกต่างระดับ ๑ แห่ง และจะมีการก่อสร้างสะพานข้าแยกต่าง ๆ บนถนนประเสริฐมนูกิจ จำนวน ๕ แห่ง ได้แก่ (๑) สะพานข้ามคลองบางบัวและแยกลาดปลาเค้า (๒) สะพานข้ามแยกเสนานิคม (๓) สะพานข้ามแยกสุคนธสวัสดิ์ (๔) สะพานข้าแยกรัชดา-รามอินทรา (๕) สะพานข้ามแยกถนนประเสริฐมนูกิจของกรมทางหลวงไปพร้อมกันด้วย ทั้งนี้ โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๓ สายเหนือ ตอน N2 เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร จะก่อสร้างอยู่ในแนวเขตทางเดิมโดยไม่มีการเวนคืนพื้นที่เพิ่มเติมแต่อย่างใด
 
         สถานะปัจจุบัน
        กทพ. อยู่ระหว่างดำเนินการทบทวนศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินและผลกระทบสิ่งแวดล้อม และงานทบทวนและออกแบบรายละเอียดโครงการ
 
 
 
๑.๒ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางพิเศษสายพระราม ๓ - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอก  กรุงเทพมหานครด้านตะวันตก
 
              โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทางพิเศษให้สามารถรองรับการเดินทางระหว่างพื้นที่ชั้นนอกและพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยแบ่งเบาปัญหาจราจรติดขัดบนถนนพระรามที่ ๒ และทางพิเศษเฉลิมมหานครช่วงบางโคล่ - ดาวคะนอง รวมทั้งเป็นเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางและการขนส่งสินค้าในกรณีเกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติและเหตุฉุกเฉิน เช่น เหตุการณ์อุทกภัย เป็นต้น
 
              โครงการทางพิเศษสายพระราม ๓ - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับโครงการทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข ๓๕ (ธนบุรี-ปากท่อ) และมีทางขึ้น-ลงที่จุดเริ่มต้นโครงการบริเวณ กม.๑๓+๐๐๐ ของถนนพระรามที่ ๒ เป็นทางยกระดับขนาด ๖ ช่องจราจร (ทิศทางละ ๓ ช่องจราจร) ซ้อนทับไปตามแนวเกาะกลางถนนพระรามที่ ๒ มาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือจนถึงด่านเก็บค่าผ่านทางดาวคะนอง จากนั้นซ้อนทับบนทางพิเศษเฉลิมมหานครจนถึงบริเวณถนนพระรามที่ ๓ ใกล้กับทางแยกต่างระดับบางโคล่ ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ โดยเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ช่วงที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจะก่อสร้างสะพานใหม่ขนาด ๘ ช่องจราจร (ทิศทางละ ๔ ช่องจราจร) ขนานอยู่ทางด้านทิศใต้ของสะพานพระราม ๙ โครงการมีทางขึ้น - ลง ๗ แห่ง ระยะทาง ๑๘.๗ กิโลเมตร
 
 
 
      สถานะปัจจุบัน
      ครม. ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการในเดือนมีนาคม ๒๕๖๑ และเปิดให้บริการเดือน มิถุนายน ๒๕๖๔
 
 
๑.๓ โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
 
   โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๒๙ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางจากตัวเมืองภูเก็ต ผ่านอำเภอกะทู้ไปยังหาดป่าตอง  ซึ่งทางหลวงดังกล่าวมีขนาด  ๒ ช่องจราจร  เขตทางแคบ  เส้นทางมีความคดเคี้ยวและลาดชันสูง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนัก และยังเกิดปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีปริมาณจราจรสูงตลอดวัน  ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไข  เพื่อเพิ่มมาตรฐานแนวเส้นทางให้มีคุณภาพสูงขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และ ปลอดภัย แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังหาดป่าตอง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย
 
  โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง มีระยะทางรวม ๓.๙๘ กิโลเมตร  มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมกับถนนพระเมตตา (ถนนผังเมืองรวมสาย ก)  ในพื้นที่ตำบลป่าตอง  อำเภอกะทู้  เป็นทางยกระดับขนาด ๔  ช่องจราจรต่อทิศทาง  (สำหรับรถยนต์ ๒  ช่องจราจรต่อทิศทาง และรถจักรยานยนต์ ๒  ช่องจราจรต่อทิศทาง) ยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์  จนถึงเขานาคเกิด  ระยะทาง  ๐.๙  กิโลเมตร  แล้วจึงเป็นอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด  ระยะทาง ๑.๘๕ กิโลเมตร หลังจากผ่านช่วงภูเขาจึงเป็นทางยกระดับ ระยะทาง ๑.๒๓ กิโลเมตร จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการในพื้นที่ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ บริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๒๙
 
     สถานะปัจจุบัน
     อยู่ระหว่างการเสนอโครงการตามขั้นตอน พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนฯ พ.ศ. ๒๕๕๖ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ และเปิดให้บริการในปีงบประมาณ ๒๕๖๗
 
 
๑.๔ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางพิเศษสายอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุธยา
 
     โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อรองรับความต้องการการเดินทางและขนส่งสินค้า  จึงได้วางแผนการต่อขยายโครงข่ายทางพิเศษอุดรรัถยาไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒ บริเวณอำเภอบางปะหัน เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วเชื่อมโยงกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีแนวสายทางต่อเชื่อมจากทางพิเศษอุดรรัถยาที่บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางปะอิน อำเภอบางปะอิน ผ่านอำเภอพระนครศรีอยุธยา และไปสิ้นสุดที่ อำเภอบางปะหัน บริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒ โดยวางแผนให้มีทางเชื่อมต่อไปยังศูนย์ศิลปาชีพบางไทรได้โดยตรง รวมระยะทางประมาณ ๓๕ กิโลเมตร ทั้งนี้ ได้ผนวกการศึกษาปรับปรุงทางพิเศษอุดรรัถยา ช่วงบางพูน-บางไทร ระยะทาง ๑๖ กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางพิเศษระดับดินให้เป็นทางพิเศษยกระดับเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในช่วงอุทกภัยด้วย
 
    กทพ. จึงดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุธยา เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรของโครงข่ายถนนทางหลวงในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางและขนส่งสินค้าในช่วงอุทกภัยอีกด้วย
 
      สถานะปัจจุบัน
      ปัจจุบันการศึกษาความเหมาะสมฯ แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
 
     สอบถามข้อมูลสถานะปัจจุบันของโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายนโยบายและแผน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ ๐๒-๕๗๙-๕๓๘๐-๙ ต่อ ๒๘๕๐ (คุณภัทราวุธ) หรือ http://www.udonratthaya-ayutthaya.com 
 
 
 
๑.๕ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายถนนสำหรับรถจักรยานในเขตทางพิเศษ

     วัตถุประสงค์ของโครงการ

 ๓.๑) เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน สำหรับพิจารณาความเป็นได้และประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินงาน รวมถึงการพิจารณาทางเลือกรูปแบบในการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับการจัดทำโครงข่ายถนนสำหรับรถจักรยานในเขตทางพิเศษ เพื่อให้บริการประชาชนตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

 ๓.๒) เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายถนนสำหรับรถจักรยานในเขตทางพิเศษ สำหรับทางพิเศษทุกสายทาง โดยคำนึงถึงมาตรฐานในการดำเนินงาน และสอดคล้องกับความต้องการเดินทางประจำวันเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้ที่อยู่อาศัยภายในพื้นที่ ให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก คล่องตัว ปลอดภัย และประหยัด ซึ่งจะสามารถจูงใจให้เกิดการใช้รถจักรยานเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม

 ๓.๓) เพื่อดำเนินการออกแบบเบื้องต้น (Preliminary Design)  โครงข่ายถนนสำหรับรถจักรยานในเขตทางพิเศษ โครงการนำร่อง (Pilot Project) จำนวน ๑ เส้นทาง ที่มีความเหมาะสม
 

     สถานะโครงการฯ

     กทพ. มีโครงการสร้างเส้นทางจักรยานใต้เขตทางพิเศษของ กทพ. จำนวน ๒ โครงการ

      - ดำเนินการแล้วเสร็จ ๑ โครงการ (ถนนงามวงศ์วาน - ถนนสามัคคี ระยะทาง ๒.๗ กิโลเมตร) เปิดใช้บริการตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.

      - อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการลงทุนและพัฒนาพื้นที่ ๑ โครงการ(ถนนสามัคคี - ถนนแจ้งวัฒนะ ระยะทาง ๒.๐๕ กิโลเมตร) มีการนำยางพารามาใช้ในการสร้างเส้นทางจักรยาน๕.๙๔ ตัน  ทัั้งนี้ การดำเนินโครงการในเส้นทางฯ อื่นๆ กทพ. ได้จ้างที่ปรึกษาศึกษารูปแบบและพื้นที่ที่เป็นไปได้ในโครงข่ายทางพิเศษทั้งหมด ซึ่งผลการศึกษาเบื้องต้นได้กำหนดเส้นทางที่ควรเริ่มดำเนินการ คือ ทางจักรยานใต้ทางพิเศษฉลองรัช (ถนนรามอินทรา - ถนนประเสริฐมนูกิจ และถนนประเสิรฐมนูกิจ - ถนนลาดพร้าว) ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบการลงทุนและการพัฒนาพื้นที่

     สำหรับโครงการสนามฟุตซอล มีจำนวน ๒๑ สนาม

      - ดำเนินการแล้วเสร็จ ๒๐ สนาม เป็นรูปแบบของการจัดสรรพื้นที่ของ กทพ. ให้ กทม. มาดำเนินการสร้างสนามฟุตบอล และลานกีฬา

      - อยู่ระหว่างดำเนินการ ๑ สนาม บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษรัชดาภิเษก (ทางลงประชานุกูล) ขนาดพื้นที่๕๐๐ ตารางวา วงเงิน ๕.๔๐ ล้านบาท ได้ผลงานร้อยละ ๕๖  คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเดือนกันยายน ๒๕๕๘

คลิกอ่านรายละเอียด

 
๑.๖ โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี

1. ความเป็นมาของโครงการ

     ปัจจุบันการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายกและจังหวัดสระบุรี จะใช้ถนนรังสิต-นครนายก และถนนพหลโยธินเป็นเส้นทางหลัก ซึ่งมีปริมาณการจราจรหนาแน่น เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักสู่ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ตลอดแนวเส้นทาง นอกจากนั้นเส้นทางดังกล่าวยังมีปริมาณรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดและช่วงเทศกาลจะเกิดปัญหาการจราจรติดขัดตลอดแนวเส้นทาง ดังนั้น เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานีจังหวัดนครนายก และจังหวัดสระบุรี การทางพิเศษ-แห่งประเทศไทย (กทพ.) จึงได้วางแผนการต่อขยายโครงข่ายทางพิเศษฉลองรัชไปยังจังหวัดนครนายกและจังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วและเป็นการเพิ่มโครงข่ายถนนเพื่อแบ่งเบาปริมาณจราจรบนถนนปัจจุบัน อีกทั้งช่วยในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายก และจังหวัดสระบุรี โดยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 กทพ. ได้ว่าจ้างบริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนลกรุ๊ป จำกัด บริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท ไวสโปรเจ็ค คอนซัลติ้ง จำกัด และบริษัท เอ็นไวร์ไซน์ จำกัด เพื่อเป็นที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี โดยที่ปรึกษาได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมฯ แล้วเสร็จ และได้ส่งรายงานการศึกษาความเหมาะสมฯ และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) ของโครงการให้ กทพ. เมื่อเดือนเมษายน 2559

2. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ
2.1 เพื่อเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และประหยัดเวลาแก่ผู้ใช้เส้นทางที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 
2.2 ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดของถนนรังสิต-นครนายก และถนนพหลโยธิน และระบบโครงข่ายถนนปัจจุบันที่แนวเส้นทางโครงการตัดผ่าน รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ
2.3 ส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่โครงการและในระดับประเทศ
 
3. แนวเส้นทาง
โครงการมีระยะทาง 104.7 กิโลเมตร เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร (ทิศทางละ 3 ช่องจราจร) เริ่มต้นเชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชที่ด่านจตุโชติบริเวณถนนวงแหวนรอบนอก-กรุงเทพมหานครด้านตะวันออก (ถนนกาญจนาภิเษก) แนวเส้นทางจะไปทางทิศตะวันออกตัดผ่านถนนหทัยราษฎร์และถนนนิมิตใหม่ จากนั้นเลี้ยวขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตัดผ่านถนนลำลูกกา บริเวณ กม. ๒2+5๐๐ ทางหลวงชนบท นย. 3001 ถนนรังสิต-นครนายกบริเวณ กม.59+800แล้วขึ้นไปทางทิศเหนือ ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (ถนนสุวรรณศร) บริเวณกม. ๑๑๖+0๐๐ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๒๒ จากนั้นแนวเส้นทางโครงการจะขนานไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๒๒ เชื่อมต่อกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) และทางเลี่ยงเมืองสระบุรี (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 362) ด้านตะวันออกสิ้นสุดโครงการที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ที่บริเวณ กม. ๑๐+๗๐๐ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มีทางขึ้น-ลง 9 แห่ง ดังแสดงในรูป
 

4.  ค่าลงทุนโครงการ

     โครงการมีค่าลงทุนรวมทั้งสิ้นจำนวน 80,594.31ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน7,395.42 ล้านบาท และค่าก่อสร้าง (รวมค่าควบคุมงาน) จำนวน 73,198.89 ล้านบาท ดังแสดงในตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ค่าลงทุนโครงการ

รายการ

งบประมาณ (ล้านบาท)

ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

7,395.42

ค่าก่อสร้าง (รวมค่าควบคุมงาน)

73,198.89

รวม

80,594.31

หมายเหตุ: ราคา ณ ปี 2558 (ค่าควบคุมงาน  1,062.00 ล้านบาท)

5. แผนดำเนินโครงการ

ตารางที่ 2 แผนการดำเนินโครงการ

รายการ

ระยะเวลาดำเนินการ

1.

ขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

ปีงบประมาณ 2561-2563

2.

ทบทวนการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี

ปีงบประมาณ 2563

3.

ออกแบบรายละเอียด

ปีงบประมาณ 2563-2564

4.

นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการ และร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เพื่อจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

ปีงบประมาณ 2563-2564

5.

กทพ. ออกประกาศ พ.ร.ฎ. เพื่อจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

ปีงบประมาณ 2564

6.

จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

ปีงบประมาณ 2564-2566

7.

ดำเนินการก่อสร้างทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี

ปีงบประมาณ 2565-2568

8.

เปิดให้บริการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี

ปีงบประมาณ 2568

 
6. ผลตอบแทนโครงการ
     โครงการมีความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 39,024.00 ล้านบาท อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อทุน (B/C) เท่ากับ 1.74 เท่า อัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) เท่ากับ 17.90% ดังนั้นโครงการมีความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) มากกว่า 12% 
 
7. สถานะโครงการ
7.1 ปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA)
7.2 ปัจจุบัน กทพ. อยู่ระหว่างดำเนินการจ้างที่ปรึกษาเพื่อออกแบบรายละเอียดโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี
 


๑.๗ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดทำแผนแม่บททางพิเศษในจังหวัดเชียงใหม่
 
 เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษ เพื่อจัดทำแผนแม่บททางพิเศษในจังหวัดเชียงใหม่สำหรับใช้เป็นกรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจราจรในจังหวัดเชียงใหม่
 
     สถานะปัจจุบัน 
    การศึกษาแผนแม่บทฯ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๙
 
 
๑.๘ โครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดทำแผนแม่บททางพิเศษในจังหวัดขอนแก่น
 
    เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษ เพื่อจัดทำ
แผนแม่บททางพิเศษในจังหวัดขอนแก่นสำหรับใช้เป็นกรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจราจรในจังหวัดขอนแก่น
 
    สถานะปัจจุบัน
    การศึกษาแผนแม่บทฯ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๙
 
 
 
๑.๙ โครงข่ายทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุขและทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร
 
      มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงระบบทางพิเศษในแนวทิศตะวันออก-ทิศตะวันตกกับในแนวทิศเหนือ-ทิศใต้ของพื้นที่เขตเมืองในกรุงมหานคร เกิดระบบโครงข่ายทางพิเศษที่มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเป็นการเสริมโครงข่ายที่สามารถบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณคอขวด ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางบนทางพิเศษโดยที่ไม่ต้องลงสู่ถนนระดับพื้น จึงช่วยลดปัญหาการจราจรในระดับพื้นและช่วยลดความคับคั่งของปริมาณรถที่ใช้ทางพิเศษให้มีทางเลือกและได้รับความสะดวกสะบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง รวมทั้งในอนาคตจะสามารถต่อขยายไปเชื่อมโยงระบบทางด่วน สายเหนือ ตอน N2 และเชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกชายฝั่งตะวันออกได้ ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ตัดผ่านกรุงเทพมหานครจากด้านตะวันตกไปยังทิศตะวันออกได้อย่างสะดวก
       โครงการมีระยะทาง ๒.๖ กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการที่ทางแยกต่างระดับรัชวิภา วางตัดตามแนวถนนกำแพงเพชร ๒ ยกระดับข้ามทางพิเศษศรีรัชแล้วเข้าบรรจบกับทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าชานเมือง (EMU’S DEPOT) โดยมีรูปแบบทางพิเศษยกระดับขนาด ๔ ช่องจราจร (ไป-กลับ) และมีอาคารด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ๒ แห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับถนนกำแพงเพชร ๒
 
    สถานะปัจจุบัน
    กทพ. อยู่ระหว่างการทบทวนและออกแบบรายละเอียดโครงการ 
 
 
๑.๑๐ โครงการทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) กับท่าเรือกรุงเทพ
 
      มีโครงการทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) กับท่าเรือกรุงเทพ เป็นทางขึ้น-ลงทางพิเศษที่เชื่อมต่อกับบริเวณพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าของท่าเรือกรุงเทพ ยกระดับไปตามแนวเกาะกลางของถนนภายในท่าเรือกรุงเทพ เชื่อมต่อกับ ทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังทางพิเศษบูรพาวิถีและเชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชทิศทางไปยังถนนจตุโชติและถนนวงแหวนรอบนอกฯ ด้านตะวันออก
 
    สถานะปัจจุบัน
    กทพ. อยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินและผลกระทบสิ่งแวดล้อม
 
 
๑.๑๑ โครงการทางเชื่อมต่อทางพิเศษบูรพาวิถีและถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี
 
      จากการประชุมหารือเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๑ ซึ่งมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ได้มีการหารือเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนสุขุมวิท ช่วงจากทางลงทางพิเศษบูรพาวิถีบริเวณด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมอมตะนครถึงถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี โดยการก่อสร้างทางเชื่อมต่อทางพิเศษบูรพาวิถีของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี ของกรมทางหลวง (ทล.) โดยที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และกรมทางหลวง พิจารณาจุดเชื่อมต่อดังกล่าว
     ต่อมาได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง สนข. ทล. และ กทพ. เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๑ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ กทพ. เป็นผู้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางเชื่อมต่อทางพิเศษบูรพาวิถีและถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี รวมทั้งศึกษาผลกระทบด้านการจราจร (Traffic Impact Assessment) บริเวณโดยรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายถนนโดยรอบ ทั้งนี้เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมรองรับโครงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเป็นการแก้ปัญหาการจราจรทั้งระบบอย่างยั่งยืน
 
      กทพ. จึงว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางเชื่อมต่อทางพิเศษบูรพาวิถีและถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี โดยมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหา ดังนี้
 
      ๑) ลดการตัดกระแสจราจรของรถที่ลงจากทางพิเศษบูรพาวิถีเพื่อไปยังถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี โดยการก่อสร้างทางเชื่อมต่อจากทางพิเศษบูรพาวิถีเพื่อไปยังถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี

      ๒) ลดการตัดกระแสจราจรของรถบริเวณด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร โดยการก่อสร้างทางขึ้น-ลง ทางพิเศษบูรพาวิถี-ถนนบ้านเก่า และทางขึ้น-ลงทางพิเศษบูรพาวิถี-ถนนสุขุมวิท

      ๓) ศึกษาผลกระทบด้านการจราจรบริเวณโดยรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายถนนโดยรอบ ให้สามารถรองรับปริมาณจราจรได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ
 
    สถานะปัจจุบัน
    กทพ. อยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม
 


การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ยินดีให้บริการ

2380 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม

เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทร : 02-558-9800 , 02-579-5380-9

โทรสาร : 02-561-2984 , 02-579-5205
 

ผู้ชมวันนี้ 2 , ผู้ชมเมื่อวานนี้ 1 , ผู้ชมรายเดือน 52 , ผู้ชมทั้งหมด : 7212

จัดซื้อจัดจ้าง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย