การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
EXPRESSWAY AUTHORITY OF THAILAND

โครงข่ายทางพิเศษที่เปิดให้ใช้บริการ

โครงข่ายทางพิเศษที่เปิดให้ใช้บริการ

36485
05 มีนาคม 2564

ทางพิเศษที่เปิดบริการ

     ปัจจุบันการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ก่อสร้างทางพิเศษและเปิดให้บริการแล้ว 8 สายทาง และทางเชื่อมต่อทางพิเศษ 4 แห่ง รวมระยะทาง 224.60 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง ปัจจุบันได้เปิดให้บริการระบบทางพิเศษในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายละเอียดของทางพิเศษสายต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้
 
       1. ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ระบบทางด่วนขั้นที่ 1)
 
        กทพ. ได้เปิดให้บริการทางพิเศษเฉลิมมหานคร เพื่อเชื่อมการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคต่าง ๆ ของประเทศเข้าด้วยกัน โดยไม่ต้องเดินทางผ่านการจราจรหนาแน่นในใจกลางกรุงเทพมหานคร ช่วยลดปริมาณจราจรที่คับคั่งบนถนนระดับดิน รวมทั้งช่วยให้การขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือคลองเตยกับภาคต่าง ๆ เป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็ว มีระยะทางทั้งสิ้น 27.1 กิโลเมตร ประกอบด้วย
 
       - สายดินแดง - ท่าเรือ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2524 ระยะทาง 8.9 กิโลเมตร แนวสายทางเริ่มจากปลายถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งไปทางทิศใต้ ผ่านทางแยกต่างระดับมักกะสัน ผ่านถนนสุขุมวิท ช่วงนี้เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร และเป็นทางระดับดินตั้งแต่ถนนสุขุมวิทถึงถนนพระรามที่ 4 และเป็นทางยกระดับอีกครั้งในช่วงถนนพระรามที่ 4 ถึงทางแยกต่างระดับท่าเรือ เชื่อมต่อกับทางพิเศษสายดาวคะนอง - ท่าเรือ
 
        - สายบางนา - ท่าเรือ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2526 ระยะทาง 7.9 กิโลเมตร  แนวสายทางเริ่มจากปลายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 บริเวณทางแยกต่างระดับบางนา แล้วมุ่งไปทาง   ทิศตะวันตก ผ่านจุดตัดทางพิเศษฉลองรัชที่ทางแยกต่างระดับสุขุมวิท ช่วงนี้เป็นทางระดับดินขนาด 6 ช่องจราจร และเป็นทางยกระดับตั้งแต่ทางแยกต่างระดับสุขุมวิทถึงทางแยกต่างระดับท่าเรือ
 
        - สายดาวคะนอง - ท่าเรือ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 ระยะทาง 10.3 กิโลเมตร แนวสายทางเริ่มจากทางแยกต่างระดับท่าเรือ ผ่านทางแยกต่างระดับบางโคล่ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานพระราม 9 ช่วงนี้เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร และลดช่องจราจรเหลือ 4 ช่องจราจร ตั้งแต่สะพานพระราม 9 และสิ้นสุดที่ถนนพระรามที่ 2
 
 
       2. ทางพิเศษศรีรัช (ระบบทางด่วนขั้นที่ 2)
 
          กทพ. ได้ลงนามในสัญญากับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2531 ให้เป็นผู้ก่อสร้างและบริหารทางพิเศษศรีรัช ตลอดระยะเวลา 30 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของทางพิเศษในกรุงเทพมหานครให้เป็นโครงข่ายที่สมบูรณ์ ทำให้สามารถแบ่งเบาการจราจรบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร และช่วยให้การเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 38.4 กิโลเมตร ประกอบด้วย 4 ส่วน ดังนี้
 
          - ส่วน A เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2536 ระยะทาง 12.4 กิโลเมตร เริ่มต้นที่ ถนนรัชดาภิเษก ผ่านบริเวณทางแยกต่างระดับพญาไท (โรงกรองน้ำสามเสน) สิ้นสุดแนวสายทางที่ถนนพระราม 9 และเป็นทางพิเศษโครงข่ายในเขตเมือง
 
          - ส่วน B เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2539 ระยะทาง 9.4 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับส่วน A บริเวณทางแยกต่างระดับพญาไท (โรงกรองน้ำสามเสน) ผ่านยมราช ถนนศรีอยุธยา ถนนสาทร ถนนจันทน์ ถนนพระรามที่ 4 สิ้นสุดแนวสายทางที่บริเวณบางโคล่ เป็นทางพิเศษโครงข่ายในเขตเมือง 
 
          - ส่วน C เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2536 ระยะทาง 8 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับส่วน A บริเวณถนนรัชดาภิเษก ผ่านถนนประชาชื่น มุ่งไปทางทิศเหนือ สิ้นสุดที่ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นทางพิเศษโครงข่ายนอกเขตเมือง 
 
          - ส่วน D ระยะทาง 8.6 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับส่วน A บริเวณถนนพระราม 9 ไปทางทิศตะวันออก สิ้นสุดที่บริเวณถนนศรีนครินทร์ เป็นทางพิเศษโครงข่ายนอกเขตเมือง เปิดให้บริการส่วนที่ 1 (ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษอโศก 1 - คลองแสนแสบ ใกล้ถนนรามคำแหง ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2541 และส่วนที่ 2 (คลองแสนแสบ - ทางต่างระดับถนนศรีนครินทร์ ระยะทาง 5.2 กิโลเมตร) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2543 โดยเปิดให้บริการตลอดสายเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2543
 
 
       3. ทางพิเศษฉลองรัช (ทางด่วนสายรามอินทรา - อาจณรงค์ และทางด่วนสายรามอินทรา - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร)
 
        ทางพิเศษฉลองรัช เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร มีระยะทาง 28.2 กิโลเมตร มีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางและแบ่งเบาการจราจรบนถนนรามอินทราและย่านใจกลางเมือง โดยไม่ผ่านถนนที่มีปัญหาการจราจรติดขัด ได้แก่ ถนนลาดพร้าว ถนนพระราม 9 ถนนเพชรบุรี และช่วยระบายการจราจรบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าหรือออกจากเมือง รวมทั้งขยายขอบข่ายของทางพิเศษให้สามารถอำนวยความสะดวกและรวดเร็วแก่การจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย 2 ช่วง ดังนี้
 
         - รามอินทรา - อาจณรงค์ ระยะทาง 18.7 กิโลเมตร เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2539 โดยมีเส้นทางเริ่มจากถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 5.5 ลงทางทิศใต้ ข้ามถนนลาดพร้าว ถนนประชาอุทิศ ถนนพระราม 9 แล้วเบนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตัดกับทางพิเศษศรีรัช ส่วน D ข้ามถนนรามคำแหง ถนนพัฒนาการ เลียบแนวคลองตัน ข้ามถนนสุขุมวิททางด้านตะวันออกของสะพานพระโขนง ไปบรรจบกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร สายบางนา - ท่าเรือที่บริเวณอาจณรงค์ (ปลายซอยสุขุมวิท 50) ทางพิเศษฉลองรัช แบ่งช่วงการเปิดให้บริการ ดังนี้
 
            1) ช่วงถนนรามอินทรา - ถนนลาดพร้าว เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2539
 
            2) ช่วงถนนลาดพร้าว - ถนนพระราม 9 เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2539
 
            3) ช่วงถนนพระราม 9 - อาจณรงค์ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2539
 
            4) ทางแยกต่างระดับพระราม 9 (เชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัช ส่วน D) เปิดให้บริการ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2543
 
         - รามอินทรา - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2552 เริ่มจากถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก บริเวณจตุโชติ ทิศใต้ของทางแยกต่างระดับลำลูกกา มุ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ยกระดับข้ามถนนสุขาภิบาล 5 ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จนถึงถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 5.5 เชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชช่วงรามอินทรา - อาจณรงค์ ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของทางพิเศษฉลองรัชทางด้านเหนือ และเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2552 ได้มีพระบรมราชานุญาตให้ทางพิเศษสายนี้ใช้ชื่อทางการว่า “ทางพิเศษฉลองรัช” เช่นเดียวกับทางพิเศษช่วงรามอินทรา - อาจณรงค์
 
 
       4ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางด่วนสายบางนา - ชลบุรี)
 
       ทางพิเศษบูรพาวิถี เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร มีแนวสายทางเริ่มต้นที่ปลายทางพิเศษเฉลิมมหานครบริเวณบางนา โดยใช้พื้นที่เกาะกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 ตอนบางนา - บางปะกง ไปทางทิศตะวันออก เข้าสู่จังหวัดสมุทรปราการ ผ่านอำเภอบางพลี ตัดกับถนนกาญจนาภิเษก ผ่านอำเภอบางเสาธง อำเภอบางบ่อ แล้วเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านอำเภอบางปะกง ข้ามแม่น้ำบางปะกง และสิ้นสุดที่อำเภอเมืองชลบุรี เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทาง 55 กิโลเมตร มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 ตอนบางนา - บางปะกง และเชื่อมการคมนาคมขนส่งระหว่างกรุงเทพมหานครกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศ รวมทั้งเป็นการช่วยส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศและบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
 
      การก่อสร้างตลอดสายแล้วเสร็จตามสัญญาในเดือนกุมภาพันธ์ 2543 โดยเปิดให้บริการในช่วงต่าง ๆ ดังนี้
 
      - ช่วงที่ 1  บางนา - บางแก้ว เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2541
 
      - ช่วงที่ 2  บางแก้ว - กิ่งแก้ว เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2541

      - ช่วงที่ 3  กิ่งแก้ว - เมืองใหม่บางพลี เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2542

      - ช่วงที่ 4  เมืองใหม่บางพลี - บางเสาธง เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542

      - ช่วงที่ 5  บางเสาธง - บางสมัคร เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2542

      - ช่วงที่ 6  บางสมัคร - บางปะกง เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2542
 
      - ช่วงที่ 7  บางปะกง - ชลบุรี เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2543
 
 
       5ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน - ปากเกร็ด)
 
        ทางพิเศษอุดรรัถยา เชื่อมต่อจากทางพิเศษศรีรัช ส่วน C โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 อีกทั้งทำให้ระบบโครงข่ายของถนนและทางพิเศษในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนบนสมบูรณ์ขึ้น เพราะทางพิเศษอุดรรัถยาจะทำหน้าที่เป็นทางพิเศษแนวรัศมีรับปริมาณจราจรจากใจกลางเมืองมาเชื่อมกับถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกของกรมทางหลวง (ทล.) และยังสามารถช่วยระบายการจราจรบนถนนสายหลัก (เช่น ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต) และถนนสายต่าง ๆ ของกรมทางหลวง มีระยะทาง 32 กิโลเมตร แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้
 
          - ระยะที่ 1  แจ้งวัฒนะ - เชียงราก ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร เริ่มต้นเชื่อมต่อที่ปลายทางพิเศษศรีรัช บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งไปทางทิศเหนือ ผ่านเมืองทองธานี จากนั้นเข้าสู่อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 346 แล้วข้ามคลองเชียงราก ไปถึงบางพูน เป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร ก่อนที่จะลดระดับเป็นทางระดับดินขนาด 4 ช่องจราจร โดยมีรั้วกั้นตลอด จากนั้นเข้าสู่อำเภอสามโคก ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3214 เป็นทางระดับดินขนาด 4 ช่องจราจร (ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร) ซึ่งบริเวณนี้จะมีเส้นทางแยกไปทางทิศตะวันออก เพื่อต่อเชื่อมกับถนนทางเข้ามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร จากเชียงรากไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร) ก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนตุลาคม 2541 เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2541
 
        - ระยะที่ 2  เชียงราก - บางไทร ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับระยะที่ 1 ที่เชียงราก เส้นทางโค้งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้ามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 แล้วไปสิ้นสุดบริเวณกิโลเมตรที่ 79 ของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกของกรมทางหลวงช่วงอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อสร้างเป็นทางระดับดินขนาด 4 ช่องจราจร เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2542
 
 
         6. ทางพิเศษสายบางนา - อาจณรงค์ (ระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายใต้ ตอน S1)
 
             ทางพิเศษสายบางนา - อาจณรงค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมต่อทางพิเศษบูรพาวิถีกับทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทำให้เป็นโครงข่ายทางพิเศษที่สมบูรณ์ ระยะทาง 4.7 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นจากปลายทางพิเศษฉลองรัช และซ้อนทับตามแนวทางพิเศษเฉลิมมหานครจากทางแยกต่างระดับอาจณรงค์เชื่อมต่อกับทางพิเศษบูรพาวิถี เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2548
 
 
         7. ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์)
 
            ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) เดิมมีชื่อว่า “ทางพิเศษสายบางพลี - สุขสวัสดิ์” ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อทางพิเศษว่า “ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์)” เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2553 เป็นส่วนหนึ่งของการก่อสร้างทางหลวงวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร มีแนวสายทางต่อเชื่อมกับทางหลวงวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้ ช่วงถนนพระรามที่ 2 - ถนนสุขสวัสดิ์ เริ่มต้นจากถนนสุขสวัสดิ์บริเวณพระประแดง ผ่านสะพานกาญจนาภิเษกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านทางแยกเชื่อมต่อกับสะพานภูมิพล ไปทางทิศตะวันออกผ่านถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ และถนนเทพารักษ์ ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา - บางปะกง) เชื่อมต่อกับทางพิเศษบูรพาวิถีที่ทางแยกต่างระดับวัดสลุด อำเภอบางพลี ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร เปิดให้บริการโดยยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษชั่วคราวเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 และเปิดให้บริการโดยจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษ (ช่วงบางพลี - สุขสวัสดิ์) เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2552
 
 
         8. ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร
 
     
ทางพิเศษสายศรีรัช - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ระยะทาง 16.7 กิโลเมตร มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงระบบคมนาคมและขนส่งไปยังฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงการต่อขยายทางพิเศษไปยังฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจรและเพิ่มศักยภาพของระบบคมนาคมขนส่ง
 
  แนวเส้นทางเริ่มต้นจากถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครบริเวณใกล้โรงกรองน้ำมหาสวัสดิ์ ไปตามแนวเขตทางรถไฟสายใต้เดิม และข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระราม 6 สิ้นสุดโครงการบริเวณสถานีกลางบางซื่อ (จตุจักร) โดยเชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัชบริเวณสถานีขนส่ง (หมอชิต 2) และลงสู่ระดับดินที่บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ทดสอบให้บริการโดยยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษชั่วคราวระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2559 และเปิดให้บริการโดยจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2559
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย


การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ยินดีให้บริการ

2380 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม

เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทร : 02-558-9800 , 02-579-5380-9

โทรสาร : 02-561-2984 , 02-579-5205
 

ผู้ชมวันนี้ 45 , ผู้ชมเมื่อวานนี้ 89 , ผู้ชมรายเดือน 477 , ผู้ชมทั้งหมด : 9487

จัดซื้อจัดจ้าง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย