การทางพิเศษแห่งประเทศไทย : Expressway Authority of Thailand

-
  • วิสัยทัศน์ ปี ๒๕๕๖ "ทางเลือกที่คุ้มค่า พัฒนาก้าวไกล ใส่ใจสิ่งแวดล้อม"__กทพ. ได้รับรางวัลดีเยี่ยม จากการประกวดแผนส่งเสริมธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจจากสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ และในปีเดียวกันนี้ กทพ. ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานต้นแบบในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นอกจากนั้น กทพ. ได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานดีเด่นด้านความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ (รางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณจาก นายกรัฐมนตรี)

- ทางพิเศษเฉลิมมหานคร

วันที่แก้ไขข้อมูล : 31 มีนาคม 2555

 ทางพิเศษเฉลิมมหานคร

          กทพ. ได้เปิดให้บริการทางพิเศษเฉลิมมหานคร เพื่อเชื่อมการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคต่าง ๆ ของประเทศเข้าด้วยกัน โดยไม่ต้องเดินทาง
ผ่านการจราจรหนาแน่นในใจกลางกรุงเทพมหานคร ช่วยลดปริมาณการจราจรที่คับคั่งบนถนนระดับดิน รวมทั้งช่วยให้การขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือ
คลองเตยกับภาคต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็ว  มีระยะทางทั้งสิ้น
๒๗.๑ กม. ประกอบด้วย

          ๑.) สายดินแดง-ท่าเรือ  
ระยะทาง  ๘.๙ กม
เปิดให้บริการในวันที่ ๒๙ ต.ค. ๒๕๒๔
          ๒.) สายบางนา-ท่าเรือ ระยะทาง  ๗.๙ กม. เปิดให้บริการในวันที่ ๑๗ ม.ค. ๒๕๒๖
          ๓.) สายดาวคะนอง-ท่าเรือ ระยะทาง ๑๐.๓ กม. เปิดให้บริการในวันที่   ๕ ธ.ค. ๒๕๓๐
          ๔.) การปรับปรุงแก้ไขทางขึ้น-ลง เพิ่มเติม ๓ บริเวณ    
            ๔.๑) ทางแยกต่างระดับคลองเตย
  เปิดให้บริการในวันที่ ๑๙ เม.ย. ๒๕๓๙
            ๔.๒) ทางลงถนนสุขุมวิท
  เปิดให้บริการในวันที่  ๗  พ.ย. ๒๕๓๙
            ๔.๓) ทางลงถนนเพชรบุรี  
  เปิดให้บริการในวันที่ ๑๕ ก.พ. ๒๕๔๐

          กทพ. ได้เปิดให้บริการทางพิเศษศรีรัช ซึ่งเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร  เมื่อวันที่    กันยายน  ๒๕๓๖ โดยได้มีการกำหนด
สัดส่วนการแบ่งรายได้ค่าผ่านทางของทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ส่วน
A และ B ตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๒
ระหว่าง กทพ. กับบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
(BECL) ดังนี้

  กทพ. BECL
          ปีแรกนับจากวันเปิดใช้งาน
          (๒ ก.ย. ๒๕๓๖ - ๑ ก.ย. ๒๕๔๕)

๔๐ % ๖๐ %
          ระยะเวลาระหว่าง ๙ ปีแรกและ ๙ ปีสุดท้าย
          (๒ ก.ย. ๒๕๔๕ - ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๔)

๕๐ % ๕๐ %
          ปีสุดท้ายของระยะเวลาสัญญา
          (๑ มี.ค. ๒๕๕๔ - ๒๘ ก.พ. ๒๕๖๓)

๖๐ % ๔๐ %


            อัตราค่าผ่านทางพิเศษ
  ตั้งแต่วันที่กันยายน ๒๕๕๑ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดย กทพ. รับภาระแทนผู้ใช้บริการ)

ประเภทยานพาหนะ
อัตราค่าผ่านทาง
  - รถ ๖ ล้อ คันละ ๔๕ บาท
  - รถ ๖ - ๑๐ ล้อ คันละ ๗๐ บาท
  - รถมากกว่า ๑๐ ล้อ คันละ ๑๐๐ บาท
* หมายเหตุ  ยกเว้นด่านอาจณรงค์ (บางนา) ลดอัตราค่าผ่านทางรถทุกประเภท ๕ บาท

สะพานพระราม ๙
          สะพานเสาขึง ระนาบเดี่ยวแห่งแรกของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อ สะพานพระราม ๙ เพื่อเป็น
สิริมงคลเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๖๐ พรรษา


         
สะพานพระราม ๙ เป็นส่วนหนึ่งของทางด่วนเฉลิมมหานคร สายดาวคะนอง - ท่าเรือ ช่วงที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามีลักษณะเป็น
สะพานชนิด
Single Plane Fan Type Cable-Stayed Bridge  หรือสะพานขึงโดยใช้สายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ ขึงเป็นระนาบเดี่ยวไว้กับ
เสาสูงของสะพาน  เพื่อรับน้ำหนักของสะพาน เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม
๒๕๓๐

ลักษณะของตัวสะพาน
 
          เนื่องจากสายทางด่วนเฉลิมมหานคร สายดาวคะนอง - ท่าเรือ ส่วนหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณวัดไทร ซึ่งเป็น
บริเวณที่แม่น้ำมีขนาดค่อนข้างกว้าง (ประมาณ ๕๐๐ เมตร) และสองฝั่งแม่น้ำจะมีโกดังเก็บสินค้า  ช่วงกลางแม่น้ำจะเป็นทุ่นจอดเรือ
เดินทะเลขนาดใหญ่รับ - ส่งสินค้าซึ่งกรมเจ้าท่าได้กำหนดว่า  ถ้าจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำบริเวณดังกล่าว  จะต้องมีตอม่ออยู่ในแม่
น้ำลึกไม่เกิน ๒.๐๐ เมตร วัดจากระดับน้ำต่ำสุด (- ๑.๗๓ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง "รทก")  และ ท้องสะพานจะต้องสูงกว่า
ระดับสูงสุด (+ ๒.๑๗ "รทก")  ไม่ต่ำกว่า  ๔๑.๐๐  เมตร บริษัท Peter Fraenkel International Ing. Dr. Ing. Hellmut Homberg
ซึ่งเป็นบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา และบริษัทออกแบบ ได้ออกแบบสะพาน โดยมีตัวสะพานยาว ๗๘๒ เมตร มีช่วงกลาง (Main Span)
ยาว ๔๕๐ เมตร ตัวสะพานมีความกว้าง ๓๑ - ๓๓ เมตร มีสายเคเบิ้ลขึงเป็นแบบระนาบเดี่ยว (Single Plane) จำนวนฝั่งละ ๑๗ คู่
มีเสาตอม่อฝั่งละ ๔ ต้น  แต่ละต้นจะสูง ๓๕ - ๔๐ เมตร  เสาขึงเคเบิ้ล (Pylon)  ตั้งอยู่บนตอม่อริมน้ำสูง ๘๗ เมตร ความลาดของ
สะพาน (Gradient) สูงสุด ๕ เปอร์เซ็นต์ และเอียงออกด้านข้าง (Grossfall) ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ท้องสะพานสูงจากระดับน้ำสูงสุด ๔๑
เมตร ทั้งสองข้างของตัวสะพานจะมีเชิงลาด (Bridge Approaches)  ยาว ๖๕๐ เมตร สำหรับฝั่งกรุงเทพฯ  และ ๖๓๐ เมตร สำหรับ
ฝั่งธนบุรี  การออกแบบเชิงลาดของสะพานเป็นรูป Double T เป็นคอนกรีตอัดแรง  มีความยาวช่วงละ ๕๐ เมตร  กว้าง ๑๕ เมตร ๒
เส้นทางคู่กัน

โครงสร้างของสะพาน
          โครงสร้างของสะพานแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ
               ๑. โครงสร้างตัวสะพาน (Superstructure) ประกอบด้วย ตัวสะพาน เสาขึง สายเคเบิ้ล เป็นเหล็กทั้งสิ้น มีรายละเอียด
                   ดังนี้
                    - ตัวสะพาน (Bridge Deck) ประกอบด้วย
                       เหล็กแบบ Box Girder มีคานขวาง (Cross Girder) ทุก ๆ ระยะ ๓.๖๐ เมตร ตัวสะพานแบ่งตามความยาวของสะพาน
ออกเป็น ๒ ส่วน  คือ ตัวสะพานซึ่งอยู่ระหว่างเสาขึงทั้งสองข้างมีความยาว 450 เมตร  เรียกว่า Main Span  เฉพาะช่วงของ Main Span
มีรูปตัดเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู กว้าง ๓๓ เมตร  ช่วงของ Back Span มีรูปตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในส่วนที่บรรจบกับ  Main Span  มีความ
กว้าง ๓๓ เมตร และลดลงเป็น ๓๑ เมตร เพื่อต่อกับเชิงลาดของสะพานภายในสะพานมีช่องทางเดินตลอดสะพาน  แบ่งเป็น ๓ ช่อง มี
ความสูง ๔.๐๐ เมตรเพื่อความสะดวกในการเดินสำรวจสภาพและซ่อมบำรุงภายในสะพาน

                    - เสาขึง (Pylon) มี ๒ ต้น
                       เป็นเสาเหล็กรูปหน้าตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ขนาด ๓.๐๐ x ๔.๕๐ เมตร ที่โคนเสาบนพื้นสะพาน  และลดลงเป็น ๒.๕๐ x
๓.๐๐ เมตร ที่ยอดเสาสูง ๘๗ เมตร เสาขึงนี้จะทำหน้าที่ยึด และรับแรงดึงจากสายเคเบิ้ลแล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่เสาตอม่อ  (Pylon Pier)
ภายในจะมีบันไดและลิฟท์ เพื่อใช้ตรวจสอบและซ่อมบำรุง  

                    - สายเคเบิ้ล (Cable) ประกอบด้วย
                       เส้นลวด (Wire) ขนาดเล็กจำนวนมากขบกัน ในลักษณะบิดเป็นเกลียวรอบจุดศูนย์กลาง เรียกว่า Locked Coil Cable
มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด ๑๒๑ - ๑๖๗  มิลลิเมตร  ความยาว ๕๐ - ๒๒๓  เมตร  รวมจำนวน ๔ ชุดๆ ละ ๑๗ เส้นรวมทั้งหมด ๖๘ เส้น
สามารถรับแรงดึงได้ตั้งแต่ ๑,๕๐๐ - ๓,๐๐๐ ตัน

               ๒. โครงสร้างฐานรากสะพาน (Substructure)  ประกอบด้วย  เสาตอม่อ  แท่นหัวเข็ม  เสาเข็ม  ซึ่งล้วนแต่เป็นคอนกรีต
เสริมเหล็ก มีรายละเอียด ดังนี้
                    - เสาตอม่อ (Pier)
                       เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน ๘ ต้น ที่ฝั่งกรุงเทพฯ ๔ ต้น ฝั่งธนบุรี ๔ ต้น ตัวริมเรียกว่า Junction Pier
(P๐ และ P๗) เป็นเสาคู่  ถัดเข้ามาอีก ๒ ตัว เรียกว่า Back Span Pier (P๑, P๒, P๕ และ P๖)  เป็นเสาตันคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด
๓.๒ x ๑๘.๐ เมตร สำหรับตอม่อริมน้ำ (P๓ และ P๔) มีขนาด ๑๑.๐ x ๑๘.๐ เมตร เป็นเสากลวงคอนกรีต เสริมเหล็กโดยมีผนังหนา
๑.๐๐ เมตร โดยรอบ

                    - เสาเข็ม (Bore Pile)
                       เป็นเสาเข็มเจาะคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๐๐ เมตร  ลึกประมาณ –๓๐ เมตร รทก ถึง –๓๕ เมตร
รทก. จำนวนเสาเข็มสำหรับฐานรากริม, ฐานรากกลาง จำนวน ๒ ฐาน และฐานรากเสาสูง ๘, ๘, ๑๐ และ ๖๔ ต้น ตามลำดับ

                    - แท่นปิดหัวเสาเข็ม (Pile Cap)
                       เป็นแท่นคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อรองรับเสาสะพานสำหรับฐานรากริมฐานรากกลาง ๒ ฐาน  และฐานรากเสาสูงโดยมี
ขนาด ๑๐ x ๒๕ x ๒.๕๐ เมตร  ขนาด ๑๑ x ๒๐ x ๔.๐๐ เมตร  และขนาด ๓๒ x ๓๗ x ๖.๐๐ เมตร ตามลำดับ เฉพาะแท่นปิดหัวเสา-
เข็มของฐานรากเสาสูงจะมีขนาดใหญ่ที่สุดต้องใช้ปริมาณคอนกรีตถึง ๗,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร โดยเทต่อเนื่อง


 

» Sign up for e-News...Fill your email
EXAT Music Player