- วิสัยทัศน์ ปี ๒๕๕๖ "ทางเลือกที่คุ้มค่า พัฒนาก้าวไกล ใส่ใจสิ่งแวดล้อม"__กทพ. ได้รับรางวัลดีเยี่ยม จากการประกวดแผนส่งเสริมธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจจากสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ และในปีเดียวกันนี้ กทพ. ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานต้นแบบในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นอกจากนั้น กทพ. ได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานดีเด่นด้านความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ (รางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณจาก นายกรัฐมนตรี)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย : Expressway Authority of Thailand
-- ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
กทพ. ได้เปิดให้บริการทางพิเศษเฉลิมมหานคร เพื่อเชื่อมการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคต่าง ๆ ของประเทศเข้าด้วยกัน โดยไม่ต้องเดินทาง
ผ่านการจราจรหนาแน่นในใจกลางกรุงเทพมหานคร ช่วยลดปริมาณการจราจรที่คับคั่งบนถนนระดับดิน รวมทั้งช่วยให้การขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือ
คลองเตยกับภาคต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็ว มีระยะทางทั้งสิ้น ๒๗.๑ กม. ประกอบด้วย
|
๑.) สายดินแดง-ท่าเรือ |
ระยะทาง ๘.๙ กม. |
เปิดให้บริการในวันที่ ๒๙ ต.ค. ๒๕๒๔ |
| ๒.) สายบางนา-ท่าเรือ | ระยะทาง ๗.๙ กม. | เปิดให้บริการในวันที่ ๑๗ ม.ค. ๒๕๒๖ |
| ๓.) สายดาวคะนอง-ท่าเรือ | ระยะทาง ๑๐.๓ กม. | เปิดให้บริการในวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๓๐ |
| ๔.) การปรับปรุงแก้ไขทางขึ้น-ลง เพิ่มเติม ๓ บริเวณ | ||
|
๔.๑) ทางแยกต่างระดับคลองเตย |
เปิดให้บริการในวันที่ ๑๙ เม.ย. ๒๕๓๙ | |
|
๔.๒) ทางลงถนนสุขุมวิท |
เปิดให้บริการในวันที่ ๗ พ.ย. ๒๕๓๙ | |
|
๔.๓) ทางลงถนนเพชรบุรี |
เปิดให้บริการในวันที่ ๑๕ ก.พ. ๒๕๔๐ |
กทพ. ได้เปิดให้บริการทางพิเศษศรีรัช ซึ่งเชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๓๖ โดยได้มีการกำหนด
สัดส่วนการแบ่งรายได้ค่าผ่านทางของทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ส่วน A และ B ตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๒
ระหว่าง กทพ. กับบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BECL) ดังนี้
| กทพ. | BECL | |
|
๙ ปีแรกนับจากวันเปิดใช้งาน (๒ ก.ย. ๒๕๓๖ - ๑ ก.ย. ๒๕๔๕) |
๔๐ % | ๖๐ % |
|
ระยะเวลาระหว่าง ๙ ปีแรกและ ๙ ปีสุดท้าย (๒ ก.ย. ๒๕๔๕ - ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๔) |
๕๐ % | ๕๐ % |
|
๙ ปีสุดท้ายของระยะเวลาสัญญา (๑ มี.ค. ๒๕๕๔ - ๒๘ ก.พ. ๒๕๖๓) |
๖๐ % | ๔๐ % |
อัตราค่าผ่านทางพิเศษ ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๑ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดย กทพ. รับภาระแทนผู้ใช้บริการ)
|
ประเภทยานพาหนะ |
อัตราค่าผ่านทาง |
| - รถ ๖ ล้อ | คันละ ๔๕ บาท |
| - รถ ๖ - ๑๐ ล้อ | คันละ ๗๐ บาท |
| - รถมากกว่า ๑๐ ล้อ | คันละ ๑๐๐ บาท |
| * หมายเหตุ ยกเว้นด่านอาจณรงค์ (บางนา) ลดอัตราค่าผ่านทางรถทุกประเภท ๕ บาท |
สะพานพระราม ๙
สะพานเสาขึง ระนาบเดี่ยวแห่งแรกของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อ สะพานพระราม ๙ เพื่อเป็น
สิริมงคลเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๖๐ พรรษา
สะพานพระราม ๙ เป็นส่วนหนึ่งของทางด่วนเฉลิมมหานคร สายดาวคะนอง - ท่าเรือ ช่วงที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามีลักษณะเป็น
สะพานชนิด Single Plane Fan Type Cable-Stayed Bridge หรือสะพานขึงโดยใช้สายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ ขึงเป็นระนาบเดี่ยวไว้กับ
เสาสูงของสะพาน เพื่อรับน้ำหนักของสะพาน เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม
๒๕๓๐
ลักษณะของตัวสะพาน
เนื่องจากสายทางด่วนเฉลิมมหานคร สายดาวคะนอง - ท่าเรือ ส่วนหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณวัดไทร ซึ่งเป็น
บริเวณที่แม่น้ำมีขนาดค่อนข้างกว้าง (ประมาณ ๕๐๐ เมตร) และสองฝั่งแม่น้ำจะมีโกดังเก็บสินค้า ช่วงกลางแม่น้ำจะเป็นทุ่นจอดเรือ
เดินทะเลขนาดใหญ่รับ - ส่งสินค้าซึ่งกรมเจ้าท่าได้กำหนดว่า ถ้าจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำบริเวณดังกล่าว จะต้องมีตอม่ออยู่ในแม่
น้ำลึกไม่เกิน ๒.๐๐ เมตร วัดจากระดับน้ำต่ำสุด (- ๑.๗๓ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง "รทก") และ ท้องสะพานจะต้องสูงกว่า
ระดับสูงสุด (+ ๒.๑๗ "รทก") ไม่ต่ำกว่า ๔๑.๐๐ เมตร บริษัท Peter Fraenkel International Ing. Dr. Ing. Hellmut Homberg
ซึ่งเป็นบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา และบริษัทออกแบบ ได้ออกแบบสะพาน โดยมีตัวสะพานยาว ๗๘๒ เมตร มีช่วงกลาง (Main Span)
ยาว ๔๕๐ เมตร ตัวสะพานมีความกว้าง ๓๑ - ๓๓ เมตร มีสายเคเบิ้ลขึงเป็นแบบระนาบเดี่ยว (Single Plane) จำนวนฝั่งละ ๑๗ คู่
มีเสาตอม่อฝั่งละ ๔ ต้น แต่ละต้นจะสูง ๓๕ - ๔๐ เมตร เสาขึงเคเบิ้ล (Pylon) ตั้งอยู่บนตอม่อริมน้ำสูง ๘๗ เมตร ความลาดของ
สะพาน (Gradient) สูงสุด ๕ เปอร์เซ็นต์ และเอียงออกด้านข้าง (Grossfall) ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ท้องสะพานสูงจากระดับน้ำสูงสุด ๔๑
เมตร ทั้งสองข้างของตัวสะพานจะมีเชิงลาด (Bridge Approaches) ยาว ๖๕๐ เมตร สำหรับฝั่งกรุงเทพฯ และ ๖๓๐ เมตร สำหรับ
ฝั่งธนบุรี การออกแบบเชิงลาดของสะพานเป็นรูป Double T เป็นคอนกรีตอัดแรง มีความยาวช่วงละ ๕๐ เมตร กว้าง ๑๕ เมตร ๒
เส้นทางคู่กัน
โครงสร้างของสะพาน
โครงสร้างของสะพานแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ
๑. โครงสร้างตัวสะพาน (Superstructure) ประกอบด้วย ตัวสะพาน เสาขึง สายเคเบิ้ล เป็นเหล็กทั้งสิ้น มีรายละเอียด
ดังนี้
- ตัวสะพาน (Bridge Deck) ประกอบด้วย
เหล็กแบบ Box Girder มีคานขวาง (Cross Girder) ทุก ๆ ระยะ ๓.๖๐ เมตร ตัวสะพานแบ่งตามความยาวของสะพาน
ออกเป็น ๒ ส่วน คือ ตัวสะพานซึ่งอยู่ระหว่างเสาขึงทั้งสองข้างมีความยาว 450 เมตร เรียกว่า Main Span เฉพาะช่วงของ Main Span
มีรูปตัดเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู กว้าง ๓๓ เมตร ช่วงของ Back Span มีรูปตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในส่วนที่บรรจบกับ Main Span มีความ
กว้าง ๓๓ เมตร และลดลงเป็น ๓๑ เมตร เพื่อต่อกับเชิงลาดของสะพานภายในสะพานมีช่องทางเดินตลอดสะพาน แบ่งเป็น ๓ ช่อง มี
ความสูง ๔.๐๐ เมตรเพื่อความสะดวกในการเดินสำรวจสภาพและซ่อมบำรุงภายในสะพาน
- เสาขึง (Pylon) มี ๒ ต้น
เป็นเสาเหล็กรูปหน้าตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด ๓.๐๐ x ๔.๕๐ เมตร ที่โคนเสาบนพื้นสะพาน และลดลงเป็น ๒.๕๐ x
๓.๐๐ เมตร ที่ยอดเสาสูง ๘๗ เมตร เสาขึงนี้จะทำหน้าที่ยึด และรับแรงดึงจากสายเคเบิ้ลแล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่เสาตอม่อ (Pylon Pier)
ภายในจะมีบันไดและลิฟท์ เพื่อใช้ตรวจสอบและซ่อมบำรุง
- สายเคเบิ้ล (Cable) ประกอบด้วย
เส้นลวด (Wire) ขนาดเล็กจำนวนมากขบกัน ในลักษณะบิดเป็นเกลียวรอบจุดศูนย์กลาง เรียกว่า Locked Coil Cable
มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด ๑๒๑ - ๑๖๗ มิลลิเมตร ความยาว ๕๐ - ๒๒๓ เมตร รวมจำนวน ๔ ชุดๆ ละ ๑๗ เส้นรวมทั้งหมด ๖๘ เส้น
สามารถรับแรงดึงได้ตั้งแต่ ๑,๕๐๐ - ๓,๐๐๐ ตัน
๒. โครงสร้างฐานรากสะพาน (Substructure) ประกอบด้วย เสาตอม่อ แท่นหัวเข็ม เสาเข็ม ซึ่งล้วนแต่เป็นคอนกรีต
เสริมเหล็ก มีรายละเอียด ดังนี้
- เสาตอม่อ (Pier)
เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน ๘ ต้น ที่ฝั่งกรุงเทพฯ ๔ ต้น ฝั่งธนบุรี ๔ ต้น ตัวริมเรียกว่า Junction Pier
(P๐ และ P๗) เป็นเสาคู่ ถัดเข้ามาอีก ๒ ตัว เรียกว่า Back Span Pier (P๑, P๒, P๕ และ P๖) เป็นเสาตันคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด
๓.๒ x ๑๘.๐ เมตร สำหรับตอม่อริมน้ำ (P๓ และ P๔) มีขนาด ๑๑.๐ x ๑๘.๐ เมตร เป็นเสากลวงคอนกรีต เสริมเหล็กโดยมีผนังหนา
๑.๐๐ เมตร โดยรอบ
- เสาเข็ม (Bore Pile)
เป็นเสาเข็มเจาะคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๐๐ เมตร ลึกประมาณ –๓๐ เมตร รทก ถึง –๓๕ เมตร
รทก. จำนวนเสาเข็มสำหรับฐานรากริม, ฐานรากกลาง จำนวน ๒ ฐาน และฐานรากเสาสูง ๘, ๘, ๑๐ และ ๖๔ ต้น ตามลำดับ
- แท่นปิดหัวเสาเข็ม (Pile Cap)
เป็นแท่นคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อรองรับเสาสะพานสำหรับฐานรากริมฐานรากกลาง ๒ ฐาน และฐานรากเสาสูงโดยมี
ขนาด ๑๐ x ๒๕ x ๒.๕๐ เมตร ขนาด ๑๑ x ๒๐ x ๔.๐๐ เมตร และขนาด ๓๒ x ๓๗ x ๖.๐๐ เมตร ตามลำดับ เฉพาะแท่นปิดหัวเสา-
เข็มของฐานรากเสาสูงจะมีขนาดใหญ่ที่สุดต้องใช้ปริมาณคอนกรีตถึง ๗,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร โดยเทต่อเนื่อง










