กทพ. จัดตั้งหน่วยบริการประชาชนบนทางพิเศษ เพื่อรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๐ พร้อมยกเว้นค่าผ่านทางของทางพิเศษบูรพาวิถี

วันนี้ (๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙) เวลา ๐๘.๓๐ น. ณ บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางแก้ว ๑ ทางพิเศษกาญจนาภิเษก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอำนวยความสะดวก และปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๐ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม โดยมี พลเอก วิวรรธน์ สุชาติ ประธานคณะกรรมการ กทพ. และนายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการ กทพ. ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งหน่วยบริการประชาชน จะให้บริการ จำนวน ๖ แห่ง ระหว่างวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ จนถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๐ นอกจากนี้ กทพ. ยังได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา – ชลบุรี) รวมถึงทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี และทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) กับทางพิเศษบูรพาวิถี ในช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่ วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๐.๐๑ น. ถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๒๔.๐๐ น. ทั้งนี้ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ยังคงเก็บค่าผ่านทางตามปกติ


นายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการ กทพ. เปิดเผยว่า เนื่องจากเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๐ มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน กทพ. จึงได้กำหนดจัดโครงการเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๐ โดยกำหนดดังนี้

๑. จัดหน่วยบริการประชาชนผู้ใช้ทางพิเศษ

โดย กทพ. จัดตั้งหน่วยบริการประชาชนบนทางพิเศษ เพื่อให้บริการฟรีในการตรวจเช็คเครื่องยนต์เบื้องต้น เช่น เติมลมยาง น้ำ น้ำกลั่น รวมทั้งบริการน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น แผนที่การเดินทาง เอกสารประชาสัมพันธ์ เป็นต้น และมีการรณรงค์ความปลอดภัยในด้านต่างๆ อาทิ ง่วงไม่ขับ เมาไม่ขับ ขับไม่โทร เป็นต้น โดยหน่วยบริการประชาชนฯ จัดไว้จำนวน ๖ แห่งด้วยกัน คือ

– ระหว่างวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๗.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. จัดหน่วยบริการที่ด่านฯ บางปะอิน (ขาออก) ด่านฯ บางนา และด่านฯ บางแก้ว ๑

– ระหว่างวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๐ จนถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๗.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. จัดหน่วยบริการที่ด่านฯ จตุโชติ (ขาออก) ด่านฯ บางปะอิน (ขาเข้า) และด่านฯ ฉิมพลี (ขาเข้า)

๒. การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

– จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานจัดการจราจร อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมในบริเวณที่เป็นเส้นทางเดินทาง เข้า-ออก กรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทางพิเศษทุกสายทาง ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

– จัดพนักงานเก็บค่าผ่านทางพิเศษเพิ่มเติม เพื่อให้บริการจัดเก็บค่าผ่านทางฯ ทุกช่องทาง โดยเฉพาะด่านฯ ขาเข้าและขาออกเมือง

– จัดพนักงานสื่อสารประจำศูนย์ควบคุมทางพิเศษทุกสายทาง โดยใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV เฝ้าดูสภาพการจราจร รถเสีย และอุบัติเหตุในทางพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งควบคุมสั่งการและประชาสัมพันธ์สภาพการจราจรผ่านป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ (VMS) และวิทยุจราจร (จส.100, สวพ.91)

– จัดพนักงาน EXAT Call Center ให้บริการสอบถามข้อมูลและสภาพการจราจรบนทางพิเศษตลอด ๒๔ ชั่วโมง

๓. การอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย

– จัดหน่วยเฉพาะกิจ, หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ออกตรวจตราและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุต่างๆ บนทางพิเศษโดยเร็วที่สุด

– จัดรถกู้ภัยตรวจตราดูแลสิ่งผิดปกติบนทางพิเศษ เพื่อรักษาความปลอดภัยและมีรถยกประจำจุด ตลอดเส้นทาง ๒๔ ชั่วโมง

– จัดพนักงานจัดการจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางด่วนตั้งจุดตรวจสอบวินัยจราจร โดยมีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ตรวจจับความเร็วด้วยเครื่องอัตโนมัติตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตรวจสอบกวดขันรถบรรทุกน้ำหนักเกินและรถบรรทุกขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตรายห้ามเดินบนทางพิเศษ (๖๓ ชนิต) รวมถึงตรวจสอบกวดขันรถกระบะที่มีคนนั่งท้ายกระบะโดยไม่มีหลังคาคลุมหรือผูกมัดสิ่งของให้มั่นคงแข็งแรง อาจก่อให้เกิดอันตรายบนทางพิเศษ

– ตรวจสอบและปรับปรุงผิวถนนให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ติดตั้งเส้นชะลอความเร็วบริเวณจุดที่อันตราย ติดตั้งอุปกรณ์ดูดซับแรงกระแทกบริเวณทางแยก และติดตั้งอุปกรณ์กันชนบริเวณทางแยก

นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการทางพิเศษยังถามข้อมูลสภาพการจราจรบนทางพิเศษตรวจสอบระยะทางและอัตราค่าผ่านทาง ฯลฯ ผ่านทาง www.exat.co.th ด้วยโปรแกรมแผนที่แบบโต้ตอบได้ Smart Interactive Map : SIMAP และระบบรายงานสภาพการจราจรบนทางพิเศษบนโทรศัพท์มือถือ (Smart phone) ผ่าน Application “EXAT ITS” โดยสามารถ ดาวน์โหลดได้จาก App Store และ Google Play Store ใช้ได้ทุกระบบปฏิบัติการ (ระบบ iOS และ Android) ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการวางแผนการเดินทางอีกด้วย

“การยกเว้นค่าผ่านทางของทางพิเศษบูรพาวิถี จะช่วยให้ประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวก รวดเร็วในการใช้บริการทางพิเศษเพื่อเดินทางไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างสะดวก อย่างไรก็ตาม กทพ. อยากฝากให้ผู้ใช้บริการทางพิเศษทุกท่านโปรดตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะเดินทาง และประการสำคัญที่สุดคือ “ง่วงอย่าขับ” “เมาไม่ขับ” และ “ขับไม่โทร” และกรณีที่ท่านไม่ได้รับความสะดวกหรือมีเหตุขัดข้องบนทางพิเศษสามารถติดต่อศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (EXAT Call Center) ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๑๕๔๓ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง หรือใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ติดตั้งอยู่บนทางพิเศษทุกระยะ ๕๐๐ – ๑,๐๐๐ เมตร แจ้งเหตุได้เช่นกัน” นายณรงค์ฯ กล่าวในท้ายที่สุด

 

ข่าว โดย กองประชาสัมพันธ์ สำนักผู้ว่าการ
ภาพ โดย กองประชาสัมพันธ์ และกองข้อมูลข่าวสาร สำนักผู้ว่าการ

แชร์

Comments are closed.