กทพ. พัฒนาระบบค้นหาข้อมูลและออกรายงานข้อมูลป้ายทะเบียนรถ

กทพ. พัฒนาระบบค้นหาข้อมูลและออกรายงานข้อมูลป้ายทะเบียนรถ

       การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ) กระทรวงคมนาคม ได้พัฒนาระบบค้นหาข้อมูล และออกรายงานข้อมูลป้ายทะเบียนรถ และได้รับอนุมัติการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ตามทะเบียนข้อมูลเลขที่ ว1.009511 คำขอแจ้งข้อมูลเลขที่ 399524 ออกให้ ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2564 ซึ่งเป็นผลงานที่พนักงาน กทพ. ได้จัดทำขึ้นเพื่อลดระยะเวลาการค้นหาและและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลป้ายทะเบียนยานพาหนะที่ผ่านทางพิเศษ

“โปรแกรมการพัฒนาระบบค้นหาข้อมูลและออกรายงานข้อมูลป้ายทะเบียนรถ” ได้ใช้แนวคิดในการค้นหาข้อมูลด้วยวิธีการหาข้อมูลแบบแมพรีดิวซ์ (Mapreduce) ด้วยการแบ่งข้อมูลป้ายทะเบียนออกไปเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 3 เครื่อง ชุดข้อมูลในปริมาณข้อมูลป้ายทะเบียนจำนวนเท่า ๆ กัน (ประมาณเครื่องละ 500,000 ชุดข้อมูล) และทำการติดตั้งโปรแกรมเพื่อค้นหาข้อมูลทั้ง 3 เครื่อง เมื่อต้องการค้นหาป้ายทะเบียนจะทำการส่งคำค้นหาไปให้ทั้ง 3 เครื่องเพื่อค้นหาข้อมูล และเมื่อค้นหาข้อมูลเสร็จสิ้น เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 3 เครื่องจะตอบกลับชุดข้อมูลมาให้กับเครื่องแม่พร้อมกัน โดยได้นำวิธีการ Mapreduce มาปรับใช้กับการพัฒนาโปรแกรมการค้นหาข้อมูล และตอบกลับชุดข้อมูลด้วยภาษา PHP และใช้ฐานข้อมูลคือ Postgre SQL จากการทดลองพบว่าการนำเทคนิคหรือแนวคิด Mapreduce มาปรับใช้ร่วมกับ PHP สามารถ ทำให้การค้นหาข้อมูลทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

การพัฒนาระบบสารสนเทศสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวนี้ เพื่อให้สามารถแสดงในรูปแบบ Report ได้อย่างอัตโนมัติถูกต้องสมบูรณ์ และสามารถค้นหาข้อมูลรถจากหมายเลขป้ายทะเบียนรถได้อย่างรวดเร็ว เพียงการคีย์หมายเลขป้ายทะเบียนรถก็จะทราบว่ารถคันดังกล่าว ใช้บริการทางพิเศษ ณ ด่านเก็บค่าผ่านทางใด ช่องเก็บค่าผ่านทางช่องใด เวลาใด และออกรายงานข้อมูลรถได้อย่างชัดเจน สามารถนำไปประกอบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที ทำให้ลดระยะเวลาจากเดิมที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำการค้นหาด้วยการดูข้อมูลจากกล้อง CCTV แต่ละช่องเก็บค่าผ่านทาง แล้ว Capture หน้าจอ จดบันทึกด้วยมือ แล้วนำไปพิมพ์เป็นเอกสารรายงานซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน

ในการพัฒนาระบบค้นหาข้อมูลและออกรายงานข้อมูลป้ายทะเบียนรถนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาต่อยอดการบริหารจัดการปริมาณข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินงานจากการต่อยอดจากระบบอ่านป้ายทะเบียนแบบอัตโนมัติ (ALPR) ที่สามารถเก็บข้อมูลภาพป้ายทะเบียนรถที่มีประสิทธิภาพสูงในปัจจุบัน ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางด้านข้อมูลประชาชนในกรณีที่เจ้าของรถยนต์ต้องการข้อมูลการผ่านทางพิเศษ โดยระบบดังกล่าวจะสามารถออกรายงานข้อมูลการผ่านทางพิเศษ ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง สมบูรณ์ และด้วยข้อมูลที่มียังสามารถนำไปค้นหาข้อมูลของเจ้าของรถยนต์ที่มีอยู่ ในฐานข้อมูลของหน่วยงานสนับสนุนได้โดยตรง เช่น กรมการขนส่งทางบก และยังสามารถสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานทางอ้อมได้อีก เนื่องจากเมื่อสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นก็สามารถช่วยส่งเสริมการเข้าปฏิบัติงานบนทางพิเศษได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เช่น หากมีเหตุเกิดขึ้นและต้องมีการติดตามยานพาหนะ เจ้าหน้าที่เพียงแค่ค้นหมายเลขทะเบียน (Search and Enter) ก็จะทราบข้อมูลได้ทันที ขณะที่จากเดิมก่อนมีการพัฒนาระบบค้นหาข้อมูลฯ เจ้าหน้าที่จะต้องเสียเวลาดูจากกล้อง CCTV ทุกกล้องในพื้นที่ที่คาดว่ารถจะผ่าน ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาที/คัน/กล้อง เป็นอย่างต่ำ ซึ่งหากคิดแค่จำนวนรถ 1,000 คัน สามารถคำนวณเป็นมูลค่าผลตอบแทนเชิงสังคม เฉพาะด้านการลดระยะเวลาการทำงานของพนักงานในการตรวจหาหมายเลขป้ายทะเบียนถึง 2,367,300.76 บาทต่อปี โดยค่าใช้จ่ายทางตรงที่เกิดจากพัฒนานี้มีเพียงค่าแรงในการพัฒนาออกแบบการพัฒนาระบบค้นหาข้อมูลและออกรายงานข้อมูลป้ายทะเบียนรถเท่านั้น

กองประชาสัมพันธ์ สำนักผู้ว่าการ

แชร์

Comments are closed.