กทพ. เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนนโยบายคมนาคมสู่การปฏิบัติ”

กระทรวงคมนาคม ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนนโยบายคมนาคมสู่การปฏิบัติ” ในวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรมอมารี พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิด การสัมมนา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ข้าราชการ บุคลากรด้านนโยบายแผนงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนา ในการนี้ นายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย นายวิชาญ เอกรินทรากุล ที่ปรึกษาผู้ว่าการ (ด้านการบริหาร) รักษาการในตำแหน่งรองผู้ว่าการฝ่ายกลยุทธ์และแผนงาน นายสมพร โสมะบถ รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน นางทศานุช ธรรมโชติ รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร และ นายชาตรี ตันศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายก่อสร้างทางพิเศษ รักษาการในตําแหน่ง รองผู้ว่าการฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษา ได้เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ด้วย

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ได้มีการระดมความคิดเห็นและติดตามการดำเนินงานของแผนงาน โครงการต่าง ๆ ของทุกหน่วยงาน รวมทั้งร่วมกันถอดบทเรียน ทบทวนผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรคที่ผ่านมา เพื่อกำหนดแนวทางในการ ดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างบูรณาการ เกิดการผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ ได้อย่างเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ความสุขของประชาชนคนไทยทุกคน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการด้านคมนาคมขนส่ง โดยยึดหลักการบริหารงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี และนโยบายรัฐบาล รวมทั้งยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่สะดวก ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน โดยให้ความสำคัญกับทุกนโยบาย ทุกโครงการต้องมี เป้าหมายเดียวกัน คือ มุ่งเน้นสนองตอบความต้องการของประชาชนคนไทยและเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต้องเป็นโครงการที่โปร่งใส ซึ่งมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ กทพ. ในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางถนน โดยมี ทล. (หัวหน้ากลุ่ม) ทช. กทพ. สนข. ได้แก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างล่าช้าที่ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด เช่น โครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 การแก้ไขปัญหามลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ โดยการตรวจสอบสภาพรถ และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การกำหนดอัตราความเร็วถนน 4 ช่องทางจราจรขึ้นไป ให้ใช้อัตราความเร็วได้ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อระบายการจราจรให้คล่องตัวยิ่งขึ้น โดยจะต้องมีการบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินการให้เป็นรูปธรรมต่อไป รวมทั้งศึกษาและจัดทำแผนแก้ปัญหาด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ให้รถสามารถผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางฯ ได้อย่างรวดเร็ว ลดความแออัดของรถบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางฯ การศึกษาแนวทางการปรับลดค่าผ่านทางพิเศษทุกประเภท (ทางพิเศษ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองโทลล์เวย์) ตั้งแต่ 5 – 10 บาท โดยต้องไม่มีผลกระทบต่อสัญญากับเอกชน และส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทนที่ผลิตจากยางพาราในโครงการต่าง ๆ เช่น วัสดุกั้นถนน หลักเขตบอกทาง หมอนรางรถไฟ เพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และยกระดับราคายางพารา แก้ปัญหารายได้ของเกษตรกรชาวสวนยาง

แชร์

Comments are closed.